“ประหยัด-กัลยา” ซูฮก “สภาผู้บริโภค” ฟันมูลค่าคืนพันล้าน โอดทำดีงบหด หรือต้องกราบเศรษฐีช่วย?

อึ้งผลงานระดับทวีคูณ! “ประหยัด-กัลยา” ซูฮก “สภาผู้บริโภค” ฟันมูลค่าคืนพันล้าน โอดทำดีงบหด หรือต้องกราบเศรษฐีช่วย?

วันที่ 2 กันยายน 2569 นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล สว.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ตนได้ลุกขึ้นอภิปรายรายงานผลการดำเนินงานของสภาองค์กรของผู้บริโภค ประจำปี 2568 ใน ระหว่างการประชุมวุฒิสภาเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 โดยฉายภาพความทุ่มเทของสภาองค์กรของผู้บริโภค ที่แม้ต้องเผชิญปัญหาภัยซับซ้อนรอบด้านและเม็ดเงินที่ลดลง แต่กลับสร้างผลงานระดับ “ทวีคูณ” โดยในปี 2568 ตั้งเป้าช่วยชาวบ้านไว้ 8,500 เรื่อง แต่ทำจริงทะลุยอดถึง 23,703 เรื่อง! สามารถไกล่เกลี่ยจนยุติปัญหาได้กว่า 81% ดึงเงินชดเชยเยียวยากลับสู่กระเป๋าประชาชนได้ถึง 174 ล้านบาท แถมเมื่อรวมมูลค่าผลลัพธ์การทำงานทุกมิติทะยานสูงปรี๊ดถึง 1,475 ล้านบาท ในขณะที่องค์กรใช้งบไปเพียงหยิบมือ 177.89 ล้านบาทเท่านั้น!

​สว.ประหยัด ได้จี้ถามสำนักงบประมาณว่า เหตุใดหน่วยงานที่เป็นเกราะคุ้มครองชาวบ้านถึงถูกหั่นงบอย่างต่อเนื่อง ปี 2569 เหลือ 127.71 ล้านบาท พอปี 2570 ร่วงเหลือเพียง 116.74 ล้านบาท ยิ่งงบอุดหนุนเครือข่ายระดับฐานรากยิ่งหดหาย ทั้งที่องค์กรกำลังลุยงานใหญ่ ดันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปฏิรูประบบขนส่งสาธารณะ เพื่อสู้กับฝุ่นพิษ PM 2.5 ชี้ชัดหลังจากนี้ กรรมาธิการการปกครองท้องถิ่นของวุฒิสภาเตรียมโดดลงมาร่วมสู้ ขับเคลื่อนงานนี้อย่างเต็มตัว

​ด้านนางกัลยา ใหญ่ประสาน สว.ลำพูน เปิดเผยเบื้องหลังความสำเร็จสุดภูมิใจ ที่ดึงสภาองค์กรของผู้บริโภคมาลุยงาน “ด่านชายแดน” ว่า จากอดีตที่ปล่อยสินค้าไร้มาตรฐานทะลักเข้าไทย ให้ชาวบ้านรับกรรมไปก่อนแล้วค่อยตามแก้ แต่พอได้ “คนรู้จริง” ลงพื้นที่ปะฉะดะ จนเกิดจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ ดึง อย.-ศุลกากร-Central Lab บูรณาการตรวจมาตรฐานสินค้า ทราบผลภายในวันเดียว ตีกลับของเน่าเสียออกนอกประเทศได้ทันควัน! เท่านั้นไม่พอ ยังช่วย อย. หั่นงบตรวจสินค้าจาก 70 ล้าน เหลือแค่ 30 กว่าล้านบาท เพราะชี้เป้าตรวจได้ตรงจุดความเสี่ยง!

​สว.กัลยา ยังระบุว่า เวลาเรียกหน่วยงานรัฐมาสอบถาม มักได้รับคำตอบว่าแก้ไม่ได้ ไม่มีกลไก ติดขัดข้อกฎหมาย แต่สภาองค์กรผู้บริโภคกลับลุยเกาะติด ชี้ช่องแก้กฎหมายล้าหลัง ทั้ง พ.ร.บ.อาหาร และกฎหมายคุ้มครองสินค้าชำรุด (Lemon Law) จนอดตัดพ้อไม่ได้ว่า หากไม่มีใครเห็นความสำคัญขององค์กรที่ปกป้องชีวิตประชาชนแบบนี้ คงต้องไปกราบวิงวอนขอเงินบริจาคจากมหาเศรษฐีใจบุญ หรือองค์กรสาธารณกุศลมาตั้งกองทุนช่วยแทนแล้วกระมัง!

​ท้ายสุด สว.กัลยา ย้ำหนักแน่นกลางสภาฯ ว่า ถึงเวลาแล้วที่วุฒิสภาต้องจับมือกับสภาองค์กรผู้บริโภคให้แน่น เพื่อเป็นกระบอกเสียงและแขนขาในการทลายข้อจำกัด เดินหน้าสู้กับมาตรฐานที่ไม่เป็นธรรม และปกป้องผลประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนต่อไป!