“เจเศรษฐ์” รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ปัว ติดตามฟื้นฟูอุทกภัย–น้ำป่าไหลหลาก มอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชนบ้านปางยาง พร้อมเร่งดูแลสุขภาพและป้องกันโรคหลังน้ำลด

วันที่ 20 กันยายน 2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านปางยาง ตำบลภูคา อำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์และการฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัย พร้อมเป็นประธานมอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก โดยมีนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นายอำเภอปัว หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับ

การลงพื้นที่ครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญในการติดตามความคืบหน้าการช่วยเหลือและฟื้นฟูความเสียหายภายหลังเกิดอุทกภัย รวมถึงรับทราบปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่โดยตรง โดยเฉพาะการฟื้นฟูเส้นทางคมนาคม ระบบสาธารณูปโภค แหล่งน้ำเพื่อการเกษตร บ้านเรือนประชาชน ตลอดจนสถานศึกษาและพื้นที่สาธารณะ ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และดินสไลด์

ในโอกาสนี้ นายเจเศรษฐ์ได้มอบสิ่งของช่วยเหลือแก่ประชาชน ประกอบด้วย ถุงยังชีพ ข้าวสาร ผ้าห่ม รองเท้านักเรียน ชุดนักเรียน และอุปกรณ์การเรียน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยสนับสนุนการดำรงชีวิตของครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับเด็กและนักเรียน ผู้สูงอายุ และประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ประสบภัย

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ภายหลังเกิดอุทกภัยในจังหวัดน่าน ภารกิจสำคัญคือการเร่งให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูประชาชนให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว ทั้งในด้านที่อยู่อาศัย การประกอบอาชีพ ระบบสาธารณูปโภค ตลอดจนการดูแลด้านสุขภาพและสภาพจิตใจของผู้ประสบภัย
ในส่วนของ การดูแลสุขภาพประชาชนหลังน้ำลด จำเป็นต้องเฝ้าระวังปัญหาโรคภัยที่อาจเกิดขึ้นตามมา ทั้งโรคที่เกิดจากน้ำและสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อน โรคระบบทางเดินอาหาร โรคผิวหนัง รวมถึงโรคที่เกิดจากยุงและแมลง ตลอดจนปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดจากการทำความสะอาดบ้านเรือนและพื้นที่หลังน้ำลด จึงควรให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขและหน่วยงานท้องถิ่นร่วมกันลงพื้นที่ให้คำแนะนำ ตรวจประเมินสุขภาพ และประชาสัมพันธ์แนวทางป้องกันโรคแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การฟื้นฟูไม่ได้จำกัดเฉพาะการแก้ไขความเสียหายด้านกายภาพ แต่ยังต้องให้ความสำคัญกับ คุณภาพชีวิต สุขอนามัย และความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะครัวเรือนที่ยังต้องทำความสะอาดบ้านเรือน พื้นที่เกษตร และแหล่งน้ำ รวมถึงประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบด้านจิตใจจากเหตุการณ์ภัยพิบัติ
นายเจเศรษฐ์กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยจะเดินหน้าสนับสนุนการฟื้นฟูจังหวัดน่านอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว การดูแลโรงเรียนและนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล การซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงการฟื้นฟูระบบน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานการทำงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและตรงกับความต้องการของประชาชน
ด้าน นายลักษ์ อินปา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลภูคา กล่าวว่า เหตุอุทกภัยเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ซึ่งเกิดจากฝนตกหนักถึงหนักมากและมีฝนสะสมในพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และดินสไลด์ในเขตรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลภูคา ครอบคลุมพื้นที่รวม 14 หมู่บ้าน มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายและได้รับผลกระทบรวม 1,466 ครัวเรือน
นอกจากนี้ เส้นทางคมนาคมหลายสายถูกดินสไลด์และดินโคลนปิดทับ ถนนและสะพานได้รับความเสียหาย ต้นไม้และเสาไฟฟ้าล้มขวางเส้นทาง รวมถึงระบบสื่อสารบางพื้นที่ขัดข้อง ส่งผลให้ประชาชนบางหมู่บ้านไม่สามารถเดินทางและติดต่อสื่อสารได้ตามปกติในช่วงเกิดเหตุ
หลังเกิดภัย องค์การบริหารส่วนตำบลภูคาได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรเข้าดำเนินการเปิดเส้นทางและเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวาง เพื่อให้สามารถเข้าถึงหมู่บ้านและให้ความช่วยเหลือประชาชนได้โดยเร็ว จนสามารถเปิดเส้นทางให้ประชาชนสัญจรได้ในหลายพื้นที่ ขณะเดียวกันได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งสำรวจความเสียหายและวางแผนฟื้นฟูในระยะต่อไป

สำหรับภาคการเกษตร ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากและระบบส่งน้ำได้รับความเสียหาย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้สนับสนุน ท่อส่งน้ำกว่า 800 ท่อน เพื่อใช้ในการฟื้นฟูระบบน้ำในพื้นที่การเกษตร ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร และสนับสนุนให้สามารถกลับมาประกอบอาชีพได้อย่างต่อเนื่อง
การลงพื้นที่ในครั้งนี้จึงเป็นการติดตามการฟื้นฟูอย่างรอบด้าน ทั้งการช่วยเหลือประชาชน การซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน การฟื้นฟูระบบน้ำ การดูแลสถานศึกษาและเด็กนักเรียน ตลอดจนการเฝ้าระวังด้านสุขภาพและป้องกันโรคหลังเกิดอุทกภัย เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ตำบลภูคาและอำเภอปัวสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันและประกอบอาชีพได้อย่างปลอดภัยและมั่นคงโดยเร็วที่สุด

