ผวาเชื้อโรคลาม! “สว.จำลอง” วอนรัฐช่วย รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 จ.สุพรรณบุรี หลังเจอปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากจนตึก 6 ชั้น และอาคารซักฟอกอายุกว่า 30 ปี ทรุดตัวอย่างหนัก หวั่นหากถล่มลงมาเชื้อโรคแพร่กระจายทั่วโรงพยาบาล วอน สธ. และสำนักงบฯ เร่งพิจารณางบ 47 ล้านกู้ชีพด่วน ชี้ทำวันนี้ดีกว่ารอให้พังแล้วบานปลายหลักร้อยล้าน!

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 นายจำลอง อนันตสุข สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จังหวัดสุพรรณบุรี ได้ลุกขึ้นหารือผ่านประธานวุฒิสภา ฝากข้อห่วงใยอย่างสุดซึ้งไปยังกระทรวงสาธารณสุขและสำนักงบประมาณ ถึงวิกฤติที่กำลังก่อตัวขึ้น ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 17 อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี
สว.จำลอง ฉายภาพความน่ากลัวของภูมิประเทศที่ทำร้ายโรงพยาบาลแห่งนี้ว่า จ.สุพรรณบุรี เป็นพื้นที่ราบลุ่มรับมวลน้ำทั้งจังหวัด โดยเฉพาะทุ่งบางลี่ อ.สองพี่น้อง ที่ต้องรับน้ำทั้งจากเขื่อนท่าม่วง จ.กาญจนบุรี และแม่น้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้โรงพยาบาลต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี จนขณะนี้ “อาคาร 6 ชั้น” เกิดการทรุดตัวและอยู่ระหว่างซ่อมแซม
แต่ที่น่าสลดและเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ คือ “อาคารซักฟอกและจ่ายกลาง” อายุกว่า 30 ปี ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ต่ำ ฝนตกทีไรน้ำท่วมทุกที กำลังเกิดการทรุดตัวอย่างหนัก! โดย สว.จำลอง เน้นย้ำด้วยความเป็นห่วงว่า ภายในอาคารแห่งนี้เต็มไปด้วยระบบแยกพื้นที่สะอาดและพื้นที่ปนเปื้อนเชื้อโรค มีทั้งเครื่องต้ม เครื่องอบ และเครื่องฆ่าเชื้อ หากปล่อยให้อาคารทรุดตัวจนถล่มลงมา ระบบทำลายเชื้อโรคจะพังพินาศ หายนะจะบังเกิดเพราะเชื้อโรคอาจแพร่กระจาย ทำให้ทั้งผู้ป่วย พยาบาล และคณะแพทย์ เสี่ยงติดเชื้อกันทั้งโรงพยาบาล!
โรงพยาบาลแห่งนี้ไม่ใช่โรงพยาบาลเล็กๆ แต่เป็นโรงพยาบาลขนาด 262 เตียง ที่มีบุคลากรทางการแพทย์กว่า 800 ชีวิต และต้องรับมือกับผู้ป่วยมากถึงวันละ 1,200 คน ทั้งจากสุพรรณบุรี, นครปฐม, กาญจนบุรี และอยุธยา ทว่า งบประมาณปี 2570 ที่ทางโรงพยาบาลได้เสนอขอไปจำนวน 47 ล้านบาท เพื่อนำมาแก้ปัญหาวิกฤตินี้ กลับตกหล่นหายไป สว.จำลอง จึงขอความเมตตาจากหน่วยงานรัฐ ให้เร่งพิจารณาจัดสรรงบก้อนนี้อย่างเร่งด่วน เพราะหากปล่อยให้ตึกพังทลายลงมา งบประมาณซ่อมแซมจะบานปลายทะลุ 100 ล้านบาทอย่างแน่นอน
นอกจากวิกฤติตึกทรุดแล้ว สว.จำลอง ยังได้สะท้อนความทุกข์ยากของคนไข้และญาติ ที่ต้องเผชิญกับปัญหาที่จอดรถไม่เพียงพอ จนต้องเสี่ยงชีวิตนำรถไปจอดริมถนนทางหลวงหน้าโรงพยาบาล กินพื้นที่ไปฝั่งละ 1 เลน ซึ่งดูอันตรายอย่างยิ่ง โดยในปี 2571 ทางโรงพยาบาลเตรียมเสนอของบประมาณสร้างอาคารที่จอดรถ จึงขอฝากประเด็นนี้ไปยังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อช่วยต่อลมหายใจและยกระดับความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนและผู้ป่วยที่มารับบริการต่อไป.
