กมธ.ท่องเที่ยวกีฬา สว.เบรกรัฐงัดกฎหมายเก่าปี 26 รีดภาษีบินนอก ชงเว้นให้คนไทยที่เสียภาษี

“สว.พิศูจน์” นำทีม กมธ.ท่องเที่ยวฯ สภาสูง ออกโรงสกัดแผนล้วงกระเป๋านักเดินทาง นั่งหัวโต๊ะถกเครียดเอกชนผวารัฐจ่อเก็บ “ค่าเหยียบแผ่นดิน” ต่างชาติ 450 บาท พ่วงรื้อกฎหมายเก่ารีด “ภาษีบินนอก” ทุกสัญชาติ หวั่นทุบหม้อข้าวทำนักท่องเที่ยวหด-เสียเปรียบการแข่งขัน งัดข้อเสนอเด็ดอุ้มคนไทย “ใครยื่นเสียภาษีต้องได้รับการยกเว้น” พร้อมชงเว้นค่าธรรมเนียมฝรั่งบินลงเมืองรอง จี้สรรพากรรื้อแบบสอบถามให้เป็นกลาง-ยืดเวลาฟังความเห็นด่วน!

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 นายพิศูจน์ รัตนวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา เปิดเผยว่า ตนได้เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณามาตรการของรัฐบาลที่เตรียมจัดเก็บ “ค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ” และ “ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร” จากผู้เดินทางทุกสัญชาติ เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา

โดยมีตัวแทนจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงการคลัง และบิ๊กเอกชนทั้งสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ, หอการค้าไทย, สมาคมโรงแรมไทย ฯลฯ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

ในวงประชุม ตัวแทนกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้กางแผนเตรียมเก็บค่าธรรมเนียมต่างชาติ (ค่าเหยียบแผ่นดิน) 450 บาทต่อคน เพื่อดึงเงินเข้ากองทุนฯ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและจัดซื้อประกันภัยให้นักท่องเที่ยว ขณะที่ฝั่งกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง เสนอไอเดียงัด พ.ร.ก.ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร พ.ศ. 2526 กลับมาใช้ปัดฝุ่นใหม่ เตรียมเก็บจากผู้เดินทาง “ทุกสัญชาติ” ที่บินออกนอกประเทศผ่านค่าบริการผู้โดยสารขาออก ซึ่งปัจจุบันทั้ง 2 มาตรการรัฐบาลยังสั่งให้ “ชะลอ” ไว้ก่อน เพราะเกรงจะซ้ำเติมภาคท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัว

งานนี้ทำเอาตัวแทนภาคเอกชนร้องเสียงหลง! ประสานเสียงคัดค้านมองว่าการรีดภาษีทั้ง 2 เด้งจะดันต้นทุนพุ่งปรี๊ด ลดทอนขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทำให้นักท่องเที่ยวและเที่ยวบินหดหาย จึงจี้ให้ทบทวนอัตราและจังหวะเวลาเสียใหม่ เอาเงินไปพัฒนาระบบนิเวศการท่องเที่ยวและบูมเมืองน่าเที่ยวจะดีกว่า

ด้วยเหตุนี้ “นายพิศูจน์” และ กมธ.ท่องเที่ยวฯ จึงได้งัดข้อเสนอเด็ดเพื่อหาทางออกที่วิน-วิน โดยชงให้รัฐพิจารณา “ยกเว้น” ค่าธรรมเนียมให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางต่อไปยังสนามบินภูมิภาคหรือเมืองรอง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และที่โดนใจสุดๆ คือข้อเสนอให้ “ยกเว้นภาษีบินออกนอกประเทศให้แก่คนไทยที่มีประวัติยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา” เพื่ออุ้มคนเสียภาษีเข้าระบบ

นอกจากนี้ กมธ.ท่องเที่ยวฯ ยังได้จี้ไปยัง “กรมสรรพากร” ให้ขยายเวลาการรับฟังความคิดเห็นออกไปก่อน พร้อมทั้งต้องไปปรับปรุงแบบสอบถามให้มีความ “เป็นกลาง” และตรงตามหลักวิชาการ เพื่อให้ได้เสียงสะท้อนที่แท้จริงจากประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย ป้องกันการออกนโยบายที่ผิดพลาดในอนาคต!