แฉกลางสภา ! “ศุภชัย” อภิปรายงบ กกต. ชี้สำนวน 229 สว. เป็น “ผลไม้พิษ” ถูก “ตั้งธง-ข่มขู่พยาน” หวังผลล้มภูมิใจไทย เตือนคดี สว. 14 ก.ย. นี้ มีช็อก

นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(...) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในมาตรา 32 งบประมาณรายจ่ายขององค์กรอิสระและองค์กรอัยการ ในส่วนของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า  จุดเริ่มต้นของคดีดังกล่าวไม่ได้เริ่มจาก กกตแต่เริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) มีการตั้งคณะพนักงานสอบสวน (เลขคดี 151/2567) มีการตั้งข้อสงสัยว่าการสอบสวนอาจมีการ “ตั้งธง” ดำเนินคดีกับกลุ่มเป้าหมาย  229 คน ซึ่งมีพฤติการณ์ผิดสังเกต และไม่เคยเกิดขึ้นกับผู้สมัคร สวในซีกอื่น จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้น พบว่าอาจมีความเชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ร้องซึ่งเป็นกลุ่มผู้สมัครสวเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ  เคยเป็นอดีตรองอธิบดีดีเอสไอ และที่ปรึกษาหน้าห้องกระทรวงหนึ่ง  ทำให้ กกต.ตั้งคณะอนุกรรมการ ชุดที่ 26 มาสอบสวน ซึ่งเรื่องนี้ไม่ชอบมาพากล 

นายศุภชัย อภิปรายว่า ในข้อกล่าวหาทราบหรือไม่ว่า ทั้ง 229 คนนั้นมีเนื้อหาเหมือนกัน เขียนบนกระดาษแผ่นเดียว แต่มาใช้วิธีเปลี่ยนชื่อผู้ถูกกล่าวหา ทั้งที่วิธีการที่ไม่เกิดขึ้น และไม่ควรเกิดขึ้นมีโทษจำคุก สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงข้อกล่าวหา ที่บอกว่าต้องสั่งฟ้อง 229 คน แบบเหวี่ยงแห ฟ้องทุกคนไม่ถูกต้องตามหลักนิติธรรม โทษทางอาญาต้องพิจารณาพฤติกรรมแต่ละคนว่าเข้าองค์ประกอบตามกฎหมายหรือไม่

นายศุภชัย อภิปรายต่อว่า คดีที่เกิดขึ้นตนทราบมาว่ามีกันคนไว้เป็นพยาน เป็นสิ่งที่น่ากลัว เพราะหากกกต.สอบสวนไม่เคยกันใครเป็นพยาน แต่สำนวนคดีที่เปิดเผยกันนั้น ระบุเลขรหัสพยานซึ่งเป็นขั้นตอนของ ดีเอสไอ  และในสำนวนมีรายละเอียดที่น่ากลัวและหนักมากแต่ไม่เคยถูกเปิดสำนวนด้านนี้ คือ คดีดังกล่าวมีการข่มขู่ เพื่อให้ใส่ร้าย ทำหนังสือถึงประธานกกตดีเอสไอ ว่ามีบุคคลคนหนึ่งยืนยันว่ารัฐบาลมีแผนจะใช้ดีเอสไอ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เป็นเครื่องมือทำลายล้างและใส่ร้ายการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย มีการเตรียมสร้างพยานหลักฐานใส่ร้ายว่ามีส่วนร่วมในการฮั้วเลือกสวจึงขอให้ความร่วมมือในการซัดทอดเพื่อทำคดีนี้ โดยจะรับรองความปลอดภัย และกันตัวเป็นพยาน

แบบนี้ไม่ใช่ดีลเพื่อความยุติธรรม แต่เป็นผลไม้พิษที่มาจากต้นไม้พิษ ผลคือใช้การไม่ได้ เพราะหลักกฎหมายต้องมีการพิสูจน์ให้มีเหตุมีผลพอว่าคนนั้นกระทำผิด ทั้งสำนวนก็อาจจะเป็นสำนวนที่เป็นพิษที่มาจากการข่มขู่พยาน สิ่งที่ผมห่วงคือ วันที่ 14 กันยายนนี้ คดีจะช็อกมากกว่านี้ก็ได้ เพราะมันเต็มไปด้วยพิษหากมันอยู่ในสำนวนที่ท่านได้มาทำไมไม่พูดในมุมนี้บ้าง หากไม่มีวาระซ่อนเร้น แต่ทั้งหมดก็หวังมุมทางการเมือง จะล้ม สวได้หรือไม่ไม่เป็นไร แต่ขอให้ล้มพรรคภูมิใจไทยได้ก็เอา นี่เป็นสิ่งที่ผมต้องพูดหากรายงาน กกตเข้าเราคงได้พูดกัน และอยากบอกว่าหากวันนี้ กกตทำดีเราก็ไม่ควรตัดงบ ไม่ควรทำให้การทำงานของเขาต้องสะดุดหยุดลง” นายศุภชัย อภิปราย

นายศุภชัยกล่าวต่อว่า พวกตนเองพยายามอยู่เฉย  แต่ท่านกลับยื่นเรื่องสอบ 9 คนของพรรคภูมิใจไทยเข้ามาแตะเรื่องนี้เพราะความเชื่อแล้วลากยาวมาจนถึงวันนี้ เพื่อที่จะเดินไปไหนก็ไม่รู้  วันนี้ตนตำหนิกกตอย่างเดียวคือ เอกสารลับที่หลุดมา ท่านไม่ทำอะไร ทำไมไม่ดำเนินคดีกับคนที่นำสำนวนมาเปิดเผย 

สิ่งที่ท่านบอกว่าฮั้วหรือโกง สวนั้นเขาทำกันหมด สีส้มมีคุยกันที่จิมทอมสัน ตลาดนัด สวห้องจูปีเตอร์โรงแรมใกล้สนามบินดอนเมือง มีอดีตผู้สมัคร สวขบวนการฮั้วสายสีส้ม ที่กกตละเลย  ที่มุ่งเป้า 229 คน ที่เกิดขึ้นเพราะมีกระบวนการข่มขู่ล้มพรรคภูมิใจไทย ในคืนหมาหอน ที่ห้อง 406 โรงแรมแถวสนามบินดอนเมือง มีสายเงิน ชุมนุมเต็มห้อง สีส้ม ห้องจูปิเตอร์ ใครจ่ายเงิน ไม่ได้ลงขันใส่กล่อง มีตัวตน จัดเลี้ยงหรือไม่ กกตทำไมไม่ทำ ฉะนั้นจึงอยากฝากถึงกรรมาธิการว่าต่อไปจะตัดงบหรือไม่ตัด ให้ดูที่การทำงานของหน่วยงาน ไม่ใช่สักแต่จะจ่าย” นายศุภชัย กล่าว