“สว.กัลยา” ร่ายกวีสะท้านอำนาจ ทวงคืนงบ 70% คืนลมหายใจท้องถิ่น ชู ‘ลำพูนโมเดล’ ยืนด้วยลำแข้ง

ขนลุกทั้งสภา! “สว.กัลยา” ร่ายกวีสะท้านอำนาจ ทวงคืนงบ 70% คืนลมหายใจท้องถิ่น ชู ‘ลำพูนโมเดล’ ยืนด้วยลำแข้ง

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 นางกัลยา ใหญ่ประสาน สมาชิกวุฒิสภา จ.ลำพูน ลุกขึ้นอภิปรายเพื่อปรึกษาหารือในการประชุมวุฒิสภาว่า ตนมีความความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์เมืองโบราณ 1,400 ปี ที่ไม่ได้มีดีแค่วัดพระธาตุหริภุญชัย ลำไย หรือผ้าไหมเลื่องชื่อระดับโลก แต่ปัจจุบัน “ลำพูน” คือเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของคนท้องถิ่นอย่างแท้จริง มีกลุ่มทุนท้องถิ่นที่เติบโตระดับพันล้านอย่าง “แจ่มฟ้าพลาซ่า” ที่ขยายสาขาไปทั่ว มีตลาดสดจตุจักรลำพูนที่ได้มาตรฐานระดับท็อป และธุรกิจเครือข่ายเนื้อสัตว์อย่าง “หมูอินเตอร์” ที่สยายปีกครอบคลุมทั้งภาคเหนือทะลุไปถึงอีสาน

นอกจากเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง สว.ลำพูน ยังชี้ให้เห็นถึงพลังความสามัคคีของคนในพื้นที่ ภายใต้ร่มโพธิ์ร่มไทรของคณะสงฆ์ นำโดยเจ้าคณะจังหวัดลำพูน ที่ผนึกกำลังกับสภาวัฒนธรรมและชาวบ้าน เตรียมผลักดัน “ครูบาศรีวิชัย” ขึ้นเป็นบุคคลสำคัญของโลกในวาระครบรอบ 150 ปี ชาตกาล ในปี 2571 รวมถึงการจัดบิ๊กอีเวนต์ระดับโลกอย่าง ประเพณีสลากย้อม ระหว่างวันที่ 20-26 ก.ย.69 และงาน โคมแสนดวง อันวิจิตรตระการตา วันที่ 1 ต.ค. – 30 พ.ย.69 ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเกิดจากน้ำพักน้ำแรงของคนลำพูนที่ดึงดูดเม็ดเงินมหาศาลเข้าจังหวัด

​สว.กัลยา ชี้ให้เห็นว่า การท่องเที่ยวเมืองรองจะยั่งยืนได้ ต้องเกิดจากความเข้มแข็งของท้องถิ่น แต่รัฐบาลกลับทำสวนทาง จึงขอเสนอต่อรัฐบาลเพิ่มงบประมาณให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนให้เกิดการเติบโตจากฐานรากไม่ใช่การตัดงบ 70% มาไว้ที่ส่วนกลาง โดยท้องถิ่นต้องมีสิทธิ์ตัดสินใจว่าจะพัฒนาไปทิศทางไหน เศรษฐกิจท้องถิ่นดี ประชาชนพึ่งพาตัวเองได้ คือความมั่นคงของประเทศชาติอย่างแท้จริง

​ในช่วงท้ายสว.กัลยา ได้ฝากบทกวีอมตะสุดคลาสสิก ที่ทำเอาเพื่อนสมาชิกในสภาและผู้ติดตามการถ่ายทอดสดถึงกับอึ้งไปตามๆ กัน เป็นการเตือนสติผู้กุมอำนาจรัฐว่า…

​”ไม่มีอำนาจใดในโลกล้า ผู้ปกครองนั้นต่างมาแล้วสาบสูญ ไม่มีใครล้ำเลิศน่าเทิดทูน ประชาชนสมบูรณ์นิรันดร์ไป…