เสียงสะท้อนจากป่า! “ประหยัด” ชี้ทางสว่างรัฐบาล ดันภูมิปัญญา ‘ไร่หมุนเวียน’ เป็นเกราะคุ้มกันภัยอดอยาก

“ประหยัดจตุพรพิทักษ์กุล” สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงใหม่ ลุกขึ้นกางปีกป้องพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ทวงคืนสิทธิที่ดินทำกิน ดันภูมิปัญญา “ระบบไร่หมุนเวียน” ให้เป็นวาระสำคัญของชาติ ชี้ชัดนี่คือ “ทางรอด” ของวิกฤตความมั่นคงทางอาหาร วอนรัฐบาลอ้าแขนรับความหลากหลายทางนิเวศวัฒนธรรม คุ้มครองรากหญ้าให้ยืนได้ด้วยลำแข้งตัวเอง!

​วันที่ 21 กันยายน 2569 นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล สว.เชียงใหม่ ลุกขึ้นอภิปรายรายงานการพิจารณาศึกษาเรื่อง “ความมั่นคงและความปลอดภัยทางอาหาร” ว่า ขอชื่นชมคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ที่จัดทำรายงานชิ้นโบแดง พร้อมย้ำชัดว่า “อาหาร” ไม่ใช่แค่เรื่องของภาคเกษตร แต่คือลมหายใจและ “ความมั่นคงของประเทศ” รวมถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยตรง
​
สว.ประหยัด เผยวิสัยทัศน์ที่แหลมคมว่า ความมั่นคงทางอาหารไม่ได้แปลว่าแค่ “มีข้าวเต็มยุ้ง” แต่ระบบอาหารต้องมีความหลากหลาย ยืดหยุ่น ปลอดภัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญที่สุดคือ เกษตรกรและชุมชนต้องสามารถ “พึ่งพาตนเอง” ได้ในระยะยาว
​
ไฮไลต์สำคัญของการอภิปรายพุ่งเป้าไปที่ข้อเสนอที่ 5 ในรายงาน ซึ่งระบุถึงการรับรองสิทธิชุมชนในการเข้าถึงฐานทรัพยากรทางอาหาร แต่ สว.เชียงใหม่ ท่านนี้ มองทะลุไปไกลกว่านั้น โดยเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการ “เติมเต็ม” ประเด็นที่ตกหล่น คือการทวงถามถึง “สิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์“ ในการจัดการที่ดินและทรัพยากรผ่าน “ระบบไร่หมุนเวียน“

​“ไร่หมุนเวียน ไม่ใช่การทำลายป่า!” สว.ประหยัด งัดหลักฐานจากองค์ความรู้และงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศมายืนยันกลางสภาว่า ระบบไร่หมุนเวียนคือขุมทรัพย์ทางความหลากหลายของพืชอาหาร ช่วยฟื้นฟูธรรมชาติ และสร้างความมั่นคงทางอาหารให้ครัวเรือนบนดอยมาอย่างยาวนาน ยิ่งไปกว่านั้น พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์พ.ศ. 2568 ก็ได้บัญญัติรับรองสิทธิเหล่านี้ในการดำรงชีวิตอย่างพอเพียงไว้อย่างชัดเจนแล้ว

ในช่วงท้าย สว.ประหยัด ได้ฝากข้อเสนอทิ้งท้ายอย่างทรงพลัง วอนให้รัฐบาลกำหนดนโยบายและมาตรการที่ชัดเจน เพื่อคุ้มครองและส่งเสริม “ระบบไร่หมุนเวียน” ให้สอดคล้องกับบริบทของภูมินิเวศวัฒนธรรมที่หลากหลาย เพื่อให้พี่น้องชาติพันธุ์สามารถมีสิทธิในที่ดินทำกิน และยืนหยัดเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศได้อย่างยั่งยืน

​ถือเป็นการอภิปรายที่ละมุนละม่อมแต่บาดลึก สะท้อนเสียงของรากหญ้าบนดอยให้ดังกระหึ่มกลางสภา และเป็นการบ้านข้อใหญ่ที่รัฐบาลต้องเร่งรับลูก เพื่อปกป้องอู่ข้าวอู่น้ำของชาติอย่างแท้จริง!