ดับเครื่องชนภัยยาเสพติด! กมธ.กฎหมายฯ สว.ชงรื้อระบบทั้งแผง “บุญจันทร์” ชี้ช่องบูรณาการสาธารณสุข-ตร. เซฟชีวิตคนไทย

ดับเครื่องชนภัยยาเสพติด! กมธ.กฎหมายฯ ชงรื้อระบบทั้งแผง “บุญจันทร์” ชี้ช่องบูรณาการสาธารณสุข-ตร. เซฟชีวิตคนไทย

วันที่ 23 กันยายน 2569 เวลา 08.45 นาฬิกา ณ ห้องแคทลียา โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ คณะกรรมาธิการการกฎหมาย และการยุติธรรม วุฒิสภา จัดสัมมนา เรื่อง “ปัญหาการป้องกันปรามปราม และการบำบัดผู้เสพยาเสพติด” โดยมี พลตำรวจโท บุญจันทร์ นวลสาย ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวเปิดการสัมมนา นายกิตติศักดิ์ หมื่นศรี รองประธานคณะกรรมาธิการฯ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการตำรวจ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการฯ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงกลาโหม กรมศุลกากร กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน หน่วยงานส่วนท้องถิ่น และสื่อมวลชน เข้าร่วม


.
พลตำรวจโท บุญจันทร์ นวลสาย ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของสังคม เศรษฐกิจ ครอบครัว และคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดที่มีความเชื่อมโยงกับปัญหาอาชญากรรม ความรุนแรง
และปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง แม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายและกลไกในการป้องกัน ปราบปราม และบำบัดรักษาผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่ในทางปฏิบัติยังมีข้อจำกัดและประเด็นที่ควรได้รับการพิจารณา ทั้งในด้านกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมาย การจำแนกผู้กระทำผิดหรือผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ตลอดจนกระบวนการส่งต่อเข้าสู่ระบบการบำบัดรักษาและฟื้นฟู

ประเด็นสำคัญประการหนึ่ง คือ การคัดกรองและจำแนกผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้มีความชัดเจนและเหมาะสม ระหว่างผู้เสพหรือผู้ที่มีภาวะพึ่งพายาเสพติดกับผู้ที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการค้าและการกระทำความผิดในลักษณะที่เป็นภัยต่อสังคม เพื่อให้การดำเนินการในแต่ละกรณีมีความเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพปัญหา และสามารถนำบุคคลที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาเข้าสู่ระบบได้อย่างทันท่วงที

ขณะเดียวกัน ผู้ที่มีปัญหาการใช้ยาเสพติดและมีอาการทางจิตเวชจำเป็นต้องได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความซับซ้อนทั้งในด้านการแพทย์ สุขภาพจิต ครอบครัว และกระบวนการยุติธรรม การแก้ไขปัญหาจึงไม่อาจดำเนินการโดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยการบูรณาการระหว่างกระบวนการยุติธรรม หน่วยงานด้านสาธารณสุข ฝ่ายปกครอง ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานพยาบาล ตลอดจนภาคครอบครัวและชุมชน การบูรณาการดังกล่าวควรครอบคลุมตั้งแต่การค้นหาและคัดกรอง การประเมินความเสี่ยง การวินิจฉัย การส่งต่อ การบำบัดรักษา การติดตามอาการ การฟื้นฟูสมรรถภาพ ตลอดจนการติดตามดูแลภายหลังกลับคืนสู่ครอบครัวและชุมชน เพื่อป้องกันการกลับไปใช้ยาเสพติดซ้ำ และลดโอกาสที่ปัญหาสุขภาพจิตจะนำไปสู่ปัญหาทางสังคมหรือการกระทำผิดซ้ำ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเกี่ยวกับข้อจำกัดและความสอดคล้องของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจคัดกรอง การส่งต่อผู้ป่วย การคุ้มครองสิทธิของผู้เข้ารับการบำบัด การรักษาความลับของข้อมูลสุขภาพ ไปจนถึงอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณาว่ากฎหมายที่มีอยู่สามารถรองรับสถานการณ์และรูปแบบของปัญหายาเสพติดในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด และมีส่วนใดที่ควรปรับปรุงเพื่อให้การดำเนินงานมีความชัดเจน ลดความซ้ำซ้อน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

การสัมมนาในวันนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และข้อเสนอแนะจากผู้ปฏิบัติงานและผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วน เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางพัฒนาระบบการคัดกรอง การบำบัดรักษา และการฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาทางจิตเวช ให้มีความต่อเนื่อง เชื่อมโยง และสามารถตอบสนองต่อสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจริง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการสัมมนาครั้งนี้จะนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการพัฒนากฎหมาย การกำหนดบทบาทของหน่วยงาน การสร้างระบบส่งต่อและฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คำนึงถึงความปลอดภัยของสังคม ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ที่ต้องได้รับการบำบัดรักษา
.
การจัดสัมมนาในวันนี้ มีการอภิปรายในประเด็นต่าง ๆ ได้แก่ 1. ปัญหาการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยมีวิทยากร ประกอบด้วย พันตำรวจเอก นิมิต ชิตเจริญ รองผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาตำรวจปราบปรามยาเสพติด พันตำรวจเอก คณพศ ธนภูมิบุญญิน นักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการ สิบโท จำเริญชัย ใจเครือ เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ ที่ทำการปกครองอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ นายวัชรพงศ์ พุ่มชื่น กรรมการศูนย์วิชาการสารเสพติดภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และผู้จัดการมูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด และนายธนภัทร สิทธิวิไล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 บ้านหนองกกหมาก ตำบลดอนขมิ้น อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี

และ 2. การบำบัดผู้เสพยาเสพติด โดยมีวิทยากร ประกอบด้วย นายกฤษกร อุดมจินดา นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ สำนักงาน ป.ป.ส. นายจวน จันเครื่อง ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง ที่ทำการปกครองอำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน นางสุกัญญา วัฒนประไพจิตร นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโนนแต้ นางสมพร กองกะมุด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนพะยอม และศาสตราจารย์ ดร.ชูชาติ ช่วยธานี ประธานหลักสูตรบัณฑิตศึกษา สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต โดยได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือและบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนร่วมกันต่อไป