“สว.มังกร” ห่วงลูกจ้างภาคเอกชน หลังหนีตายน้ำท่วมบ้าน-ถนนขาด ไปทำงานไม่ได้ กลับโดนนายจ้างหน้าเลือดฉวยโอกาสหักเงิน-บีบเซ็นใบลาออก จี้กระทรวงแรงงานงัดมาตรการเหล็กคุ้มครองด้าน “จุลพันธ์” ยันชัดภัยพิบัติเอาผิดลูกจ้างไม่ได้ ขู่ใช้กฎหมายฟันพวกหัวหมอ พร้อมงัดไม้เด็ดใช้ AI รับเรื่องร้องทุกข์ ซับน้ำตาผู้ใช้แรงงานเต็มสูบ!

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 นายมังกร ศรีเจริญกูล สมาชิกวุฒิสภา จ.น่าน ได้ตั้งกระทู้ถามด้วยวาจาในที่ประชุมวุฒิสภา จี้ตรงไปยังกระทรวงแรงงาน เพื่อทวงคืนสิทธิและความเป็นธรรมให้กับผู้ใช้แรงงาน ซึ่งบ้านถูกน้ำท่วมว่า “มนุษย์เงินเดือน” ภาคเอกชน ต้องเผชิญชะตากรรมสุดรันทด บ้านถูกน้ำท่วมมิดหลังคา ถนนถูกตัดขาด ต้องอพยพหนีตาย ทำให้ไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ และสิ่งที่เลวร้ายกว่ามวลน้ำ คือการเผชิญหน้ากับ “นายจ้างบางแห่ง” ที่ไร้ความปรานี ฉวยโอกาสหักค่าจ้าง ลงโทษทางวินัย หนักสุดถึงขั้นบีบให้ลูกจ้างเซ็นใบลาออก
สว.มังกร ยังระบุว่า กระทรวงแรงงานมีมาตรการชัดเจนหรือไม่ ที่จะคุ้มครองลูกจ้างที่ประสบภัยให้หยุดงานได้โดยไม่ถือว่าละทิ้งหน้าที่ และไม่ถูกลงโทษ รวมถึงกรณีจะเข้าข่ายว่างงานจากเหตุสุดวิสัยตามมาตรา 33 แห่ง พ.ร.บ.ประกันสังคมหรือไม่ พร้อมเสนอแนะให้รัฐบาลจัดทำ “มาตรฐานสิทธิแรงงานในภาวะภัยพิบัติ” เพื่อเป็นเกราะคุ้มครองสิทธิขั้นต่ำ ไม่ให้ผู้ใช้แรงงานต้องสูญเสียทั้งรายได้และหน้าที่การงานในช่วงวิกฤต

ด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ชี้แจงว่า “เหตุอุทกภัยหรือภัยพิบัติธรรมชาติ ไม่สามารถนำมาใช้เป็นเหตุผลชอบธรรมในการลงโทษทางวินัย ตัดค่าจ้าง หรือเลิกจ้างลูกจ้างได้เด็ดขาด!” พร้อมแนะให้นายจ้างพิจารณาให้ทำงานที่บ้าน (WFH) หรือใช้วันหยุดพิเศษ และหากสถานประกอบการต้องหยุดกิจการเพราะน้ำท่วม ให้นายจ้างงัดมาตรา 75 มาใช้ โดยต้องจ่ายเงินให้ลูกจ้างไม่น้อยกว่า 75% ของค่าจ้าง
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานยังจัดเต็ม ส่งทีม “อาจารย์ช่าง” ลงพื้นที่ซ่อมรถ-เครื่องใช้ไฟฟ้าฟรี พร้อมเปิดช่องทางแอปพลิเคชัน “Traffy Fondue” ที่ดึงเอาระบบ AI สุดล้ำ มาช่วยตอบคำถามข้อกฎหมายและรับเรื่องร้องทุกข์จากลูกจ้างได้แบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งเตรียมทำข้อมูลสิทธิแรงงานยามภัยพิบัติแบบ “One Page” เพื่อให้ลูกจ้าง-นายจ้างเข้าใจตรงกันทั่วประเทศ
ขณะที่ สว.มังกร ได้ฝากการบ้านให้รัฐบาลเตรียมสำรองอะไหล่เครื่องใช้ไฟฟ้าให้ศูนย์ Fix It Center และนำสถิติจาก Traffy Fondue มาวางแผนรับมือภัยพิบัติอย่างยั่งยืนต่อไป ถือเป็นการผนึกกำลังระหว่างวุฒิสภาและรัฐบาล ที่ช่วยต่อลมหายใจให้ผู้ใช้แรงงานในยามวิกฤตได้อย่างแท้จริง!
