พังยับป่าต้นน้ำเชียงใหม่! กมธ.สิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ช็อก อ.อ.ป.ควักเงินเยียวยาแก๊งรุกป่า เร่งล่าสายนายทุน

กมธ.สิ่งแวดล้อม สว. ถลกหนังนายทุนฮุบป่าปลูกขิง สั่งรื้อเย้ยกม.-“สว.จำลอง” โอดโดรนพังเกลี้ยงวอนรัฐอัดงบกลางด่วน!

วันที่ 16 กันยายน 2569 นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เปิดเผยว่า ตนได้มอบหมายให้นายจิระศักดิ์ ชูความดี รองประธานคณะกรรมาธิการ เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องร้องเรียนกรณีการบุกรุกพื้นที่ป่าต้นน้ำเพื่อทำการเกษตรกรรมเพาะปลูกขิงในพื้นที่อำเภอไชยปราการจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายบำรุงรัตน์ เชษฐสิงห์ ผู้ตรวจราชการกรมป่าไม้ นายกริชสยามคงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่ นายเกรียงศักดิ์พยุงแสนกุล ผู้จัดการองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เขตเชียงใหม่ นายสมคิดปัญญาวดี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่รวมทั้งผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติเข้าชี้แจง

นายชีวะภาพ ระบุว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด หลังได้รับการร้องเรียนจากภาคประชาชนที่หวั่นเกรงภัยพิบัติ จากคลิปวิดีโอหลักฐานพบร่องรอยการนำรถไถเข้าเปิดป่า ตัดโค่น และเผาทำลายอย่างหนัก สิ่งที่น่าตกใจคือ กลุ่มผู้บุกรุกมีพฤติกรรม “เย้ยกฎหมาย” พอเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจยึดติดป้าย คล้อยหลังกลับไป กลุ่มคนเหล่านี้ก็หวนกลับมาทำประโยชน์ซ้ำอีก จนชาวบ้านตั้งข้อสงสัยว่ามีอิทธิพลมืดหนุนหลังหรือไม่ โดยพื้นที่ที่ถูกบุกรุกแผ้วถางเพื่อปลูกพืชเกษตรเชิงพาณิชย์ คาบเกี่ยวทั้งเขตป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ คทช. พื้นที่เตรียมประกาศอุทยานฯ และเขตสวนป่าไชยปราการ ของ อ.อ.ป.

นอกจากนี้พื้นที่สวนป่าไชยปราการมีราว 11,400 ไร่ พบกลุ่มเกษตรกรจากนอกพื้นที่เข้ามาปลูกขิงราว 69 ไร่ ซึ่งทาง อ.อ.ป. ได้เจรจายกเลิกข้อตกลงและ “จ่ายเงินเยียวยา” ให้กลุ่มคนเหล่านี้ถอนตัวออกไปหมดแล้ว คำชี้แจงนี้ทำเอาคณะที่ปรึกษากรรมาธิการฯ ถึงกับต้องตั้งคำถามหนักถึงความเหมาะสมในการจ่ายเยียวยา ซึ่งทาง อ.อ.ป. รับลูกเตรียมตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง หากพบเจ้าหน้าที่รายใดละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จะดำเนินการทางวินัยขั้นเด็ดขาดทันที

ด้านกรมป่าไม้ไม่ได้นิ่งนอนใจ ชี้แจงว่าได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดไปแล้ว 8 คดี อยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน และเตรียมบูรณาการกำลังเปิดยุทธการบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด โดยจะงัด “มาตรา 25” แห่ง พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ เข้าดำเนินการรื้อถอนจุดที่บุกรุกนอกแปลงจัดสรรทันที

ขณะที่ นายวันชัย รุจนวงศ์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ประจำคณะกรรมาธิการ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า การลงทุนปลูกขิงนับพันไร่บนภูเขา ไม่ใช่ฝีมือชาวบ้านธรรมดาแน่นอน ต้องมี “บริษัทเอกชนรายใหญ่” คอยรับซื้อเพื่อส่งออกหรือเข้าโรงงานอุตสาหกรรม จึงฝากการบ้านให้หน่วยงานรัฐตามสืบเส้นทางขิง หากพบว่ามีความผิด บริษัทที่รับซื้อต้องรับโทษด้วยในฐานะผู้สนับสนุนการบุกรุกป่า

เช่นเดียวกับนายชนศวรรตน์ ธนศุภรณ์พงษ์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ประจำคณะกรรมาธิการ ซึ่งย้ำเตือนด้วยความเป็นห่วงว่า ป่าที่ถูกถางไปนับพันไร่ ต้องใช้เวลาฟื้นฟูไม่ต่ำกว่า 10 ปี ถึงเวลาที่ทุกหน่วยงานต้อง “คิดใหม่ ทำใหม่” และบูรณาการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ไม่เช่นนั้นป่าเมืองไทยจะไม่เหลือความสมบูรณ์อีกต่อไป

นายจำลอง อนันตสุข สว.สุพรรณบุรี ในฐานะเลขานุการ กมธ. ได้สะท้อนปัญหาใหญ่ที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ นั่นคือ “ขาดแคลนงบประมาณ” โดยพบว่าปัจจุบัน โดรนลาดตระเวนทางอากาศของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่มีอยู่ 2-3 ตัว “พังเสียหายทั้งหมด” และไม่มีงบประมาณแม้แต่จะส่งซ่อม ทำให้การบินสำรวจป่าต้องหยุดชะงัก

สว.จำลอง จึงขอส่งเสียงดังๆ ไปถึงรัฐบาล ว่าในสภาวะที่เกิดวิกฤติอุทกภัยและการบุกรุกป่ารุนแรงเช่นนี้ รัฐบาลต้องเร่งพิจารณาจัดสรร “งบกลาง” ลงมาช่วยหน่วยงานปฏิบัติงานด่วน เพื่อซ่อมแซมและจัดซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็น เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีเขี้ยวเล็บในการปกป้องผืนป่าของชาติต่อไป!