พาณิชย์ เผย 9 เดือนแรกปี 69 ยอดคำขอรับความคุ้มครอง IP ทะลุ 6.1 หมื่นคำขอ

นางสาวจิตติมา ศรีถาพร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การนำของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ในการยกระดับการคุ้มครอง IP ของไทยให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับบริบทการค้าและการลงทุน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ขอรับความคุ้มครอง และสนับสนุนการนำ IP ไปต่อยอดเชิงพาณิชย์

โดยภาพรวมการยื่นคำขอรับความคุ้มครอง IP ในไทย ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-กันยายน) ทั้งเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ รวม 61,288 คำขอ เพิ่มขึ้น 9.59% จากช่วงเดียวกันในปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 55,923 คำขอ

ทั้งนี้ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 กรมฯ สามารถรับจดทะเบียน IP ทั้ง 4 ประเภท รวม 43,379 คำขอ เพิ่มขึ้น 6.34% จากช่วงเดียวกันในปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 40,791 คำขอ โดยมีรายละเอียดคำขอจดทะเบียน IP แต่ละประเภท ดังนี้

1. เครื่องหมายการค้า

ช่วง 9 เดือนแรกปี 2569 มีการยื่นคำขอรับความคุ้มครองในไทย 45,696 คำขอ เพิ่มขึ้น 10.76% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 41,255 คำขอ

กลุ่มสินค้า/บริการที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บริการด้านค้าปลีก การขาย และการตลาด 5,500 คำขอ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอนามัย การรักษาโรค และสมุนไพรที่ใช้ในทางการแพทย์ 5,283 คำขอ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและความงาม 5,131 คำขอ เครื่องมือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 4,127 คำขอ และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพืช ธัญพืช เครื่องปรุงแต่งกลิ่นและรสอาหาร 3,492 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอคนไทย 56% และต่างชาติ 44%

สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก เป็นบริษัทของไทยทั้งหมด ได้แก่ บริษัท ฟ็อกซ์ ฟอร์มูเลท จำกัด 172 คำขอ บริษัท ไดมิเทค (ประเทศไทย) จำกัด 160 คำขอ บริษัท บอร์น อโกรไซเอนซ์ จำกัด 155 คำขอ บริษัท จีเอ็มเอ็ม ทีวี จำกัด 94 คำขอ และบริษัท เอสทีม อินเตอร์เทรด จำกัด 80 คำขอ

ทั้งนี้ ตัวเลขการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในไทย ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 32,033 คำขอ เพิ่มขึ้น 0.98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 31,722 คำขอ

2. สิทธิบัตรการประดิษฐ์

ช่วง 9 เดือนแรกปี 2569 มีการยื่นคำขอรับความคุ้มครองในไทย 6,483 คำขอ เพิ่มขึ้น 3.98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 6,235 คำขอ

กลุ่มนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ 784 คำขอ นวัตกรรมด้านการสื่อสาร 582 คำขอ นวัตกรรมแอนติบอดีและยาชีววัตถุ 297 คำขอ อุตสาหกรรมแมคโครโมเลกุล 184 คำขอ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ 171 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอคนไทย 13% และต่างชาติ 87%

สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก เป็นผู้ยื่นต่างชาติทั้งหมด ได้แก่ (1) บริษัท โตโยต้า จิโดชา คาบูชิกิ ไคชา จากญี่ปุ่น 198 คำขอ (2) บริษัท ควอลคอมม์ อินคอร์ปอเรเต็ด จากสหรัฐอเมริกา 180 คำขอ  บริษัท นิปปอน สตีล คอร์ปอเรชั่น จากญี่ปุ่น 116 คำขอ บริษัท เจเอฟอี สตีล คอร์ปอเรชั่น จากญี่ปุ่น 111 คำขอ และ  บริษัท ยูนิชาร์ม คอร์ปอเรชั่น จากญี่ปุ่น 79 คำขอ

ทั้งนี้ ตัวเลขการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ในไทย ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 4,101 คำขอ เพิ่มขึ้น 10.54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 3,710 คำขอ

3. อนุสิทธิบัตร

ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 มีการยื่นคำขอรับความคุ้มครองในไทย 4,313 คำขอ เพิ่มขึ้น 18.16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 3,650 คำขอ

กลุ่มนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม 596 คำขอ ยาสมุนไพร 222 คำขอ ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ และการจัดการสารสนเทศ 196 คำขอ อุปกรณ์ทางการแพทย์ 152 คำขอ และสารเคมีเกษตรและเคมีภัณฑ์ควบคุมศัตรูพืช 77 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอคนไทย 94% และต่างชาติ 6%

สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก เป็นหน่วยงานไทยทั้งหมด ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 123 คำขอ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 122 คำขอ มหาวิทยาลัยบูรพา 109 คำขอ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 93 คำขอ และมหาวิทยาลัยขอนแก่น 86 คำขอ

ทั้งนี้ ตัวเลขการรับจดทะเบียนอนุสิทธิบัตรในไทย ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 1,944 คำขอ เพิ่มขึ้น 33.24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 1,459 คำขอ

4. สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์

ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 มีการยื่นคำขอรับความคุ้มครองในไทย 4,796 คำขอ เพิ่มขึ้น 0.27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 4,783 คำขอ

แบบผลิตภัณฑ์ที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ลวดลายผ้า 589 คำขอ รถยนต์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง 503 คำขอ บรรจุภัณฑ์ 425 คำขอ เครื่องประดับ 402 คำขอ และอุปกรณ์ก่อสร้าง 245 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอคนไทย 65% และต่างชาติ 35%

สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก เป็นสถาบันการศึกษาไทยทั้งหมด ได้แก่ มหาวิทยาลัยศิลปากร 130 คำขอ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม 119 คำขอ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 87 คำขอ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 71 คำขอ และมหาวิทยาลัยบูรพา 69 คำขอ

ทั้งนี้ ตัวเลขการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ในไทย ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 5,301 คำขอ เพิ่มขึ้น 35.92% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 3,900 คำขอ

นางสาวจิตติมา กล่าวว่า สำหรับลิขสิทธิ์ ซึ่งเป็น IP ประเภทเดียวที่ได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์โดยไม่ต้องจดทะเบียน แต่ผู้สร้างสรรค์สามารถยื่นแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ไว้กับกรมฯ ได้ เพื่อเป็นหลักฐานอ้างอิงเบื้องต้นในการแสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในกรณีที่เกิดข้อพิพาท รวมทั้งเป็นช่องทางให้ผู้อื่นสามารถเข้าถึงผลงานและติดต่อขอใช้ประโยชน์งานลิขสิทธิ์นั้นได้ง่ายขึ้น

โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 มีการยื่นแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ต่อกรมฯ 17,176 ผลงาน เพิ่มขึ้น 63.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 10,492 ผลงาน

โดยผลงานที่มีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์มากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ วรรณกรรม เช่น งานนิพนธ์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ 6,714 ผลงาน ศิลปกรรม เช่น งานจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ 4,331 ผลงาน ดนตรีกรรม 3,386 ผลงาน สิ่งบันทึกเสียง 1,345 ผลงาน และโสตทัศนวัสดุ 1,139 ผลงาน โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นแจ้งข้อมูลคนไทย 99% และต่างชาติ 1%

สำหรับผู้แจ้งข้อมูลมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บริษัท มิวซิกมูฟ จำกัด 711 ผลงาน มหาวิทยาลัยมหิดล 529 ผลงาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น 313 ผลงาน บริษัท เทโร มิวสิค จำกัด 137 ผลงาน และมหาวิทยาลัยทักษิณ 136 ผลงาน

“กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเดินหน้าพัฒนาระบบการคุ้มครองและให้บริการด้าน IP อย่างต่อเนื่อง โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ เชื่อมโยงข้อมูล และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและผู้ประกอบการ ควบคู่กับการสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการบริหารจัดการ IP เพื่อให้เจ้าของสิทธิได้รับความคุ้มครองและสามารถนำ IP ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มศักยภาพ ต่อยอดมูลค่าทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในประเทศและต่างประเทศ” นางสาวจิตติมา กล่าว