กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผย ปัญหาจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า “Nene Royal” จบแล้ว หลังผู้ยื่นคำขอรายแรกของถอนการยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ ขณะที่บริษัทดูแลผลประโยชน์ “Nene” ยื่นจดแล้ว 3 ประเภท ผ่านช่องทาง Fast Track คาดจดทะเบียนได้ภายใน ก.พ. 2570
นางสาวจิตติมา ศรีถาพร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เกี่ยวข้องกับ “เนเน่”รัตติกานต์ อำลอย ศิลปินชื่อดัง ว่า ล่าสุดผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า “Nene Royal” รายเดิม ได้ยื่นหนังสือขอถอนคำขอจดทะเบียนผ่านระบบออนไลน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ข้อพิพาทและการตรวจสอบคำขอเดิมเป็นอันยุติลง โดยไม่ต้องรอคำชี้แจงเพิ่มเติม
“กรมฯ ได้รับการติดต่อและประสานงานจากผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าว ซึ่งได้แสดงเจตนาขอถอนคำขอจดทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ ส่งผลให้คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า “NENE” และ “NENE ROYAL” ของผู้ยื่นรายดังกล่าวสิ้นสุดลงทันที ”นางสาวจิตติมา กล่าว

ในส่วนของคำขอจดทะเบียนที่เป็นตัวจริงนั้น บริษัท แบล็ค โลตัส โกลบอล แอลแอลซี (Procter Global LLC) ซึ่งเป็นบริษัทต้นสังกัดและผู้ดูแลสิทธิอย่างถูกต้องของศิลปิน “เนเน่” จากสหรัฐอเมริกา ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าจำนวน 2 คำขอ ได้แก่ “Nene” และ “Nene Royal” ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา ประเทศไทย เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา โดยยื่นจดครอบคลุมสินค้าและบริการ 3 จำพวก ได้แก่:
1. จำพวกที่ 9: สินค้าประเภทไฟล์เสียงดนตรีดิจิทัล
2. จำพวกที่ 25: สินค้าประเภทเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย
3. จำพวกที่ 41: บริการด้านดนตรีและความบันเทิง
นางสาวจิตติมา กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้นำคำขอของบริษัทตัวจริงเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ และดำเนินการผ่านช่องทางพิเศษ (Fast Track) ซึ่งหากผ่านการพิจารณาตรวจสอบและประกาศโฆษณาโดยไม่มีผู้คัดค้าน คาดว่าจะสามารถอนุมัติการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้อย่างเป็นทางการภายในเดือนก.พ. 2570
นอกจากนี้ กรณีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศโดยใช้ “Nene” ที่ประเทศเกาหลีใต้ ขณะนี้ ได้สั่งการให้ทีม Monitor Tracking ติดตามและเฝ้าระวังการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่อาจกระทบต่อสิทธิ์ของศิลปินไทยอย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญระดับ Priority เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นนำชื่อหรือสัญลักษณ์ของศิลปินที่มีชื่อเสียงไปแอบอ้างจดทะเบียนก่อน ซึ่งอาจสร้างอุปสรรคต่อการทำธุรกิจเชิงพาณิชย์ของศิลปินในอนาคต
นางสาวจิตติมา กล่าวว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นกรณีศึกษาสำคัญ (Case Study) ในเรื่องการคุ้มครองสิทธิในชื่อและเครื่องหมายการค้าของบุคคลที่มีชื่อเสียง หากบุคคลอื่นนำชื่อหรือเครื่องหมายการค้าที่สาธารณชนรับรู้อยู่แล้วว่าเป็นของใครไปยื่นจดทะเบียนโดยไม่มีความเชื่อมโยงหรือไม่ได้สิทธิ์จากเจ้าของที่แท้จริง นายทะเบียนจะมีคำสั่งให้ชี้แจงความเชื่อมโยง หากไม่สามารถชี้แจงได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด คำขอนั้นจะถูกสั่งจำหน่ายทิ้งทันที ทั้งนี้ กรมฯ พร้อมให้การคุ้มครองสิทธิแก่เจ้าของผลงานและศิลปินตัวจริงตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด
