กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จับมือ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ลุยตรวจธุรกิจรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ในจ.ปราจีนบุรี หลังพบความผิดปกติอาจมีชาวต่างชาติใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) และดำเนินธุรกิจผิดกฎหมาย พบ 4 บริษัทเข้าข่ายใช้คนไทยเป็นนอมินีและดำเนินธุรกิจผิดกฎหมาย ส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนเชิงลึกและดำเนินคดีต่อไป
นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดปราจีนบุรี และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบธุรกิจรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ในจ.ปราจีนบุรี เพื่อตรวจสอบว่า มีการใช้คนไทยเป็นนอมินีในการประกอบธุรกิจและดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายหรือไม่ รวมถึงให้ขยายการตรวจสอบไปยังบริษัทที่ประกอบธุรกิจขยะทั้งหมดที่มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น ในจ.ปราจีนบุรี
โดยได้ตรวจสอบรายละเอียดของบริษัทตั้งแต่การเริ่มต้นจดทะเบียนจัดตั้ง เงินทุนที่นำมาลงทุน โครงสร้างผู้ถือหุ้น อำนาจการบริหารธุรกิจที่แท้จริง รวมถึงความเชื่อมโยงกับนิติบุคคลอื่นที่อาจกระทำความผิดฐานใช้คนไทยเป็นนอมินี

เบื้องต้น พบ 4 บริษัทมีพฤติกรรมเข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นนอมินี สำนักงานพาณิชย์จังหวัดปราจีนบุรีจึงได้นำส่งข้อมูลให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบสวน สอบสวน และนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจที่เข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมาย รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ถือหุ้นคนไทยที่อาจเป็นตัวแทนแบบอำพราง (นอมินี) ด้วย
นอกจากนี้ ได้ขยายผลตรวจสอบธุรกิจขยะในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรีที่มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น โดยจากการตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลจากระบบวิเคราะห์พฤติกรรมนิติบุคคล (Intelligence Business Analytics System: IBAS) ของกรมฯ พบว่า นิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่ประกอบธุรกิจประเภทขยะในจ.ปราจีนบุรี มีจำนวน 44 ราย แบ่งออกเป็น
1.ธุรกิจประเภทขยะที่ไม่เป็นอันตราย มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้นในบริษัทจำกัด 41 ราย แบ่งเป็น ชาวต่างชาติถือหุ้นน้อยกว่า 50% จำนวน 37 ราย และ ชาวต่างชาติถือหุ้นเท่ากับหรือมากกว่า 50% จำนวน 4 ราย
2. ธุรกิจประเภทขยะที่เป็นอันตราย มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้นในบริษัทจำกัด 3 ราย แบ่งเป็น ชาวต่างชาติถือหุ้นน้อยกว่า 50% จำนวน 2 ราย และชาวต่างชาติถือหุ้นเท่ากับหรือมากกว่า 50% จำนวน 1 ราย
ทั้งนี้กรมฯ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดปราจีนบุรี และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ดำเนินการลงพื้นที่ตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่เข้าข่ายนอมินีทันที ซึ่งหากตรวจพบว่าดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายจะมีการบังคับใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัดต่อไป
“กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ดำเนินการป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมายในกลุ่มธุรกิจเป้าหมายตามหน้าที่และอำนาจของหน่วยงาน ด้วยการชี้เป้านิติบุคคลต้องสงสัยที่คาดว่าจะมีการใช้คนไทยเป็นนอมินีในการประกอบธุรกิจ และพร้อมร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายของแต่ละหน่วยงานอย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ขจัดความเดือดร้อนของผู้ประกอบการที่ดำเนินการประกอบธุรกิจโดยสุจริตและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ”นายกิตติวัฒน์ กล่าว
ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 2569) ทั่วประเทศมีบริษัทจำกัดประกอบธุรกิจประเภทขยะและมีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น รวมทั้งสิ้น 2,863 ราย แบ่งเป็น
1. ธุรกิจประเภทขยะที่ไม่เป็นอันตราย มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้นในบริษัทจำกัด 2,568 ราย แบ่งเป็น ชาวต่างชาติถือหุ้นน้อยกว่า 50% จำนวน 2,438 ราย และ ชาวต่างชาติถือหุ้นเท่ากับหรือมากกว่า 50% จำนวน 130 ราย
2.ธุรกิจประเภทขยะที่เป็นอันตราย มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้นในบริษัทจำกัด 295 ราย แบ่งเป็นชาวต่างชาติถือหุ้นน้อยกว่า 50% จำนวน 288 ราย และชาวต่างชาติถือหุ้นเท่ากับหรือมากกว่า 50% จำนวน 7 ราย
