กรมการค้าต่างประเทศ ถก สมาคมเครื่องนุ่งห่มฯ ชี้ FTA ไทย–EU หนุนส่งออกไทย

กรมการค้าต่างประเทศ เปิดบ้านต้อนรับบอร์ดมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยชุดใหม่ หารือยุทธศาสตร์เชิงรุกใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) และ FTA ไทย–สหภาพยุโรป   คาดหนุนส่งออกโตพุ่ง 57% ภายใน 5

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2569 ที่ผ่านมา  กรมได้ให้การต้อนรับคณะกรรมการบริหารสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทยชุดใหม่ วาระปี 2569–2571 เพื่อร่วมหารือยุทธศาสตร์เชิงรุกและแนวทางการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) และ FTA ไทย–สหภาพยุโรป (EU) โดยขณะนี้ทั้งสองฝ่ายกำลังเร่งรัดกระบวนการอย่างเต็มกำลัง โดยรัฐบาลไทยตั้งเป้าให้บรรลุข้อสรุปภายในปี 2569 นี้

คาดว่าความตกลงฉบับนี้จะเป็นสปริงบอร์ดสำคัญในการยกระดับศักยภาพของอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และอุตสาหกรรมต่อเนื่องของไทย ที่มีผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวนมากกว่า 800,000 คน ให้สามารถขยายสัดส่วนการส่งออกไปยังตลาด EU ได้อย่างก้าวกระโดด

รวมทั้งจะช่วยกระตุ้นการลงทุนและการจ้างงานภายในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อคว้าโอกาสทองนี้ กรมฯ ได้เน้นย้ำและส่งเสริมให้ภาคเอกชนเร่งปรับตัว โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนมูลค่าการผลิตภายในประเทศ หรือ Local Value Content ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และสร้างหลักประกันให้สินค้าไทยสามารถใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้กรอบ FTAs โดยเฉพาะ FTA ไทย-EU ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

นางอารดา กล่าวว่า จากการที่ได้หารือร่วมกับสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย พบว่า ภาพรวมการส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยในปี 2569 มีแนวโน้มทรงตัวในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง เช่นเดียวกับปีที่ผ่านมาที่เติบโตถึง 5% แม้ต้องเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก

โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ การนำเข้าเครื่องนุ่งห่มของตลาดหลักมีการหดตัว ตลาดสหรัฐฯ ลดลง 7.1%) ตลาด EU ลดลง 3.8% ซึ่งสมาคมฯ ประเมินว่า FTA ไทย–EU จะเป็นแรงขับเคลื่อนเชิงบวกที่ดันมูลค่าการส่งออกเครื่องนุ่งห่มไทยให้เติบโตเพิ่มขึ้นสูงถึง 20–57% ภายในระยะเวลา 5 ปี นับจากความตกลงมีผลใช้บังคับ

โดยภาคเอกชนไทยได้ทำงานเชิงรุกด้วยการเตรียมจับคู่ธุรกิจร่วมกับ Apparel Sourcing Club ของประเทศเยอรมนี เพื่อเชื่อมโยงและนำพาผู้ผลิตไทยเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตของแบรนด์ระดับโลก อาทิ Hugo Boss และ Vaude ควบคู่ไปกับการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะสหพันธ์สิ่งทอไต้หวัน (Taiwan Textile Federation) ที่แสดงความสนใจเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมต้นน้ำของไทย เช่น เส้นใยและผ้าฟังก์ชันคุณภาพสูง ซึ่งจะช่วยเติมเต็มห่วงโซ่การผลิตของไทยตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

ทั้งนี้กรมการค้าต่างประเทศในฐานะหน่วยงานหลักในการส่งเสริมการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าจาก FTAs มุ่งมั่นที่จะทำงานแบบบูรณาการร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด เพื่อติดอาวุธและเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวและใช้ประโยชน์จาก FTAs ได้อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีโลก