“สว.พิสิษฐ์” ซัดฝ่ายค้านใช้สภาฯ จัดเสวนาโจมตี สว. จี้ กกต. เร่งตรวจหลักฐานคืนความบริสุทธิ์

Mummai Media

วิปวุฒิสภา โต้ “พริษฐ์” กรณีเปิดหลักฐานอ้างปมฮั้ว สว. ในงานเสวนาครบรอบ 2 ปีเลือก สว. ชี้ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดและด้อยค่า สว. พร้อมขอให้ กกต. ตรวจสอบหลักฐานว่าได้ขออนุญาตอย่างถูกต้องหรือไม่

“สว.พิสิษฐ์” ซัดฝ่ายค้านใช้สภาฯ จัดเสวนาโจมตี สว. จี้ กกต. เร่งตรวจหลักฐานคืนความบริสุทธิ์

วันที่ 15 ก.ค.2569 นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) แถลงตอบโต้กรณีที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน จัดเวทีเสวนาครบรอบ 2 ปีการเลือก สว. โดยระบุว่าการเลือกใช้รัฐสภาเป็นสถานที่จัดงาน เพราะต้องการสร้างความน่าเชื่อถือในการกล่าวหาสมาชิกวุฒิสภา

นายพิสิษฐ์ ยืนยันว่า สว. ให้ความร่วมมือต่อการตรวจสอบทั้งการเลือก สว. และการทำหน้าที่ของ สว.ในฐานะผู้แทนของประชาชน และดำเนินการทุกอย่างตามบทบัญญัติของกฎหมาย รวมถึงกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม มองว่าการนำเสนอของนายพริษฐ์มีลักษณะเป็น “คลิกเบต” เน้นยอดไลก์ ยอดแชร์ และความสะใจ มากกว่าข้อเท็จจริง ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด และพยายามลดทอน ด้อยค่า สว.

นายพิสิษฐ์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงหลักฐานที่นำมาเผยแพร่ในเวทีเสวนา โดยระบุว่า หากเป็นหลักฐานจริงคำถามคือ นายพริษฐ์ใช้อำนาจใด ในการนำเอกสารหรือข้อมูลออกจากกระบวนการไต่สวน เนื่องจากตามหลักกฎหมายข้อมูล ไม่สามารถนำออกมาเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้จนกว่าคดีจะสิ้นสุด และหากนายพริษฐ์มีความบริสุทธิ์ใจจริง ควรส่งมอบหลักฐานให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

โฆษกวิปวุฒิสภา ยังกล่าวว่า นายพริษฐ์เป็นนักกฎหมาย จึงควรใช้กระบวนการตามกฎหมาย ไม่ใช่ “กฎหมู่” พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจมีเป้าหมายเพื่อกดดันการทำงานของ กกต. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ในการเลือก สว.ที่ผ่านมา และหากเอกสารที่นำมาเผยแพร่เป็นของจริง ก็สามารถพิสูจน์ลายนิ้วมือหรือแหล่งที่มาเพื่อระบุตัวบุคคลได้

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงกรณีอดีต สว.บางคนได้กล่าวหาว่า การเลือก สว.เข้าไปทำหน้าที่เลือกองค์กรอิสระ เป็นการช่วยเหลือทางการเมืองหรือมีผลประโยชน์แอบแฝง และใช้คำว่าการเข้าสู่อำนาจโดยมิชอบ ถือว่าเป็นข้อหาที่ร้ายแรง ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของสว.ชุดปัจจุบัน ทั้งที่ สว.ชุดปัจจุบันยังเป็นผู้บริสุทธิ์

นายพิสิษฐ์ กล่าวอีกว่า สว.ชุดปัจจุบันมาตามกติกาของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยที่มาสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 ทุกประการ ขณะที่ อดีต สว. ที่เข้าร่วมในการเสวนาก็ขึ้นชื่อว่าเป็น สว. ที่เรียกว่าสภาผัวเมียในช่วงนั้นด้วย

นายพิสิษฐ์ ระบุว่า ไม่สามารถห้ามนายพริษฐ์ได้ แม้จะมีความพยายามในการกล่าวหา สว.อย่างต่อเนื่อง เพราะข้อเท็จจริง รวมถึงหลักฐานในสำนวนคดี ทางกกต.มีอยู่แล้ว และตั้งข้อสังเกตว่าคลิปและเอกสาร ที่นำมาเผยแพร่ได้ขออนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วหรือไม่

หากนำออกมาโดยไม่ได้รับการอนุญาต จะถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย และหากยังมีการกระทำที่กล่าวหา สว.โดยปราศจากข้อเท็จจริงแบบนี้อีก สว.คงต้องออกมาชี้แจง

นายพิสิษฐ์ ยังเรียกร้องให้ กกต.ตรวจสอบว่า เอกสารและหลักฐานที่ปรากฏในเวทีเสวนา เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนของ กกต. หรือไม่ หากใช่ การเปิดเผยดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และหากไม่ชอบด้วยกฎหมาย กกต.จะดำเนินการอย่างไร เนื่องจากเห็นว่าความเสียหายได้เกิดขึ้นกับ สว.ที่ถูกกล่าวหาแล้ว