“สว.กิติศักดิ์” ชี้รัฐหย่อนยานเซ่นเหยื่อ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” จี้รื้อ”โซนนิ่ง” ทั่วประเทศ จ่อลุยตรวจที่เกิดเหตุพรุ่งนี้

“สว.กิติศักดิ์” ชี้รัฐหย่อนยานเซ่นเหยื่อ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” จี้รื้อ”โซนนิ่ง” ทั่วประเทศ เทียบรอยแค้น “ซานติก้า-เมาน์เทนบี” ลั่นถึงเวลาสังคายนาใหม่ทั้งระบบ จ่อลุยตรวจ “โรงเบียร์ลาดพร้าว” พรุ่งนี้

วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 นายกิติศักดิ์ หมื่นศรี สว.ปราจีนบุรี ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการการตำรวจ วุฒิสภา เปิดเผยว่า ตนได้เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาศึกษากรณีโศกนาฏกรรมโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว โดยมีพล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา ร่วมเป็นประธานในการประชุม พร้อมเชิญ พ.ต.อ.มารุต สุดหนองบัว ผกก.สน.พหลโยธินเกี่ยวเข้าชี้แจง

นายกิติศักดิ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ไม่ใช่ครั้งแรก แม้ผู้เสียหายหรือญาติผู้สูญเสีย พยายามเรียกร้องขอให้เป็นเคสสุดท้าย แต่คำขอเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นจริง! มันเกิดเหตุซ้ำซาก ไล่มาตั้งแต่ ‘ซานติก้าผับ’ ปี 2552 เสียชีวิต 67 ศพ มาถึง ‘เมาน์เทนบี’ ชลบุรี ปี 2565 เสียชีวิต 26 ศพ จนล่าสุดมาถึงโศกนาฏกรมดังกล่าว บ่งบอกว่าหยุดอุบัติเหตุไม่ได้ แต่ต้องป้องกันให้เกิดน้อยที่สุด พร้อมชี้ให้เห็นถึงปัญหาโครงสร้าง โดยระบุว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องมีหลายฉบับและหลายหน่วยงานดูแล ซึ่งข้อดีคือการคานอำนาจ แต่ข้อเสียคือการดึงรั้งกันเองจนล่าช้า ที่สำคัญคือเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย

​“ผมไม่ได้กล่าวหาใคร แต่พูดในภาพรวมว่า การบังคับใช้กฎหมายบางทีเราก็ ‘หย่อนยาน’ ไปบ้าง อยากให้มีความเข้มข้นมากกว่านี้ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความผิดของเอกชนหรือเจ้าของร้านอย่างเดียว แต่หน่วยงานรัฐต้องร่วมรับผิดชอบด้วย ในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมาย” สว.กิติศักดิ์ ระบุ

​นายกิติศักดิ์ ยังกล่าวถึงมาตรการความปลอดภัยพื้นฐานที่ถูกเพิกเฉย โดยเฉพาะ การเช็กยอดนักท่องเที่ยว ที่ต้องระบุจำนวนและแยกชาย-หญิงให้ชัดเจน เพื่อประโยชน์ในการกู้ภัยยามวิกฤต พร้อมเตรียมผลักดันการสังคายนากฎหมายเก่า ทั้งเรื่องทางหนีไฟตามกฎกระทรวงปี 2555 และ พ.ร.บ.สถานบริการ ปี 2509 ที่ใช้มานานกว่าครึ่งศตวรรษ ซึ่งมองว่าล้าหลังและไม่ทันบริบทปัจจุบัน

สว.กิติศักดิ์ ได้เสนอตั้งคณะทำงานพิเศษ ภายใต้คณะอนุกรรมาธิการการตำรวจ เพื่อศึกษาเรื่องนี้โดยละเอียด และทำรายงานเสนอต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา โดย สว. จะขอเป็นตัวกลางประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และจะลงพื้นที่ในวันพรุ่งนี้ (16 ก.ค.69 ) เพื่อศึกษาข้อเท็จและสังเกตุการณ์ในสถานที่เกิดเหตุ “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” ร่วมกับทางตำรวจ เพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป

ด้านพล.ต.ท.บุญจันทร์ ตั้งข้อสังเกตว่า ปกติร้านนี้จะมี “การ์ด” แต่งชุดฟอร์ม ตัดผมสั้น ยืนคุมเข้มอยู่ตรงประตูทางเข้า 2 ฝั่ง ฝั่งละไม่ต่ำกว่า 5-6 คน แต่เมื่อเกิดเหตุโศกนาฏกรรมขึ้น การ์ดกลุ่มนี้กลับไร้ร่องรอย ถ้าการ์ดเหล่านี้เปิดประตู หรือทุบกระจกช่วยคน เชื่อว่าเหตุการณ์มันจะไม่สูญเสียมากขนาดนี้

​นอกจากนี้ พล.ต.ท.บุญจันทร์ ยังสะกิดแผลเก่าเรื่อง “โซนนิ่งสถานบริการ” ที่ถูกแช่แข็งไม่มีการปรับเปลี่ยนมานานกว่า 20 ปีว่า ตนได้ยื่นเรื่องหารือในวุฒิสภา ส่งสัญญาณตรงถึง นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย แล้วว่า ถึงเวลาต้อง “สังคายนา” จัดระเบียบโซนนิ่งใหม่ทั่วประเทศ เพื่อให้สอดรับกับการเจริญเติบโตของเมือง ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยจนเกิดปัญหาซ้ำซาก อีกทั้งพื้นที่จุดเกิดเหตุแท้จริงแล้วคือ พื้นที่เวนคืนเพื่อเก็บไว้เป็นจุดรองรับการอพยพฉุกเฉินของรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) แถมบริเวณนั้นยังมีปล่องระบายอากาศของสถานีตั้งโทนโท่! ​คำถามตัวโตๆ คือ ปล่อยให้เอกชนเข้าไปต่อเติมโครงสร้าง ได้อย่างไร