‘ศุภจี’ นั่งหัวโต๊ะขับเคลื่อนปรับโครงสร้าง “ท่องเที่ยว–วัฒนธรรม” เดินหน้าปฏิรูประบบราชการ รับยุทธศาสตร์ฟื้นเศรษฐกิจ ดันไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจฐานประสบการณ์

Mummai Media

ทำเนียบรัฐบาล, 14 กรกฎาคม 2569 – นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการปรับโครงสร้างการบริหารราชการด้านการท่องเที่ยว ภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงโครงสร้างส่วนราชการ เพื่อรองรับนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

‘ศุภจี’ นั่งหัวโต๊ะขับเคลื่อนปรับโครงสร้าง “ท่องเที่ยว–วัฒนธรรม” เดินหน้าปฏิรูประบบราชการ รับยุทธศาสตร์ฟื้นเศรษฐกิจ ดันไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจฐานประสบการณ์

การประชุมครั้งนี้มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารจากทั้งสองกระทรวง ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงาน ก.พ. สำนักงาน ก.พ.ร. และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง นอกจากนี้ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมให้ข้อสนับสนุนเชิงนโยบาย เพื่อช่วยให้มีมุมการกำหนดทิศทางสำหรับการปรับโครงสร้างให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

‘ศุภจี’ นั่งหัวโต๊ะขับเคลื่อนปรับโครงสร้าง “ท่องเที่ยว–วัฒนธรรม” เดินหน้าปฏิรูประบบราชการ รับยุทธศาสตร์ฟื้นเศรษฐกิจ ดันไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจฐานประสบการณ์

นางศุภจี กล่าวว่า การปรับโครงสร้างครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงเชิงองค์กรเพื่อราชการ แต่เป็นการยกระดับระบบบริหารจัดการเสริมพลังและอิทธิพลของว้ฒนธรรมไทยด้วยงานด้านการท่องเที่ยวและบริการของประเทศให้มีความโดดเด่นยิ่งกว่าเดิมบริหารได้คล่องตัว แต่ยังสามารถก้าวทันต่อบริบทโลก สร้างรายได้ กระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและผู้ประกอบการในทุกภูมิภาคได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมย้ำว่าต่องช่วยกันระวังไม่ให้ประเด็นเรื่องการแยกหรือรวมหน่วยงานขอฃรัฐมาบดบังเป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ

‘ศุภจี’ นั่งหัวโต๊ะขับเคลื่อนปรับโครงสร้าง “ท่องเที่ยว–วัฒนธรรม” เดินหน้าปฏิรูประบบราชการ รับยุทธศาสตร์ฟื้นเศรษฐกิจ ดันไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจฐานประสบการณ์

ที่ประชุมยังรับทราบมติครม.และความคืบหน้าของร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ซึ่งขณะนี้จะอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนเสนอกลับเข้าครม.เพื่อส่งเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในเดือนสิงหาคม 2569 โดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในช่วงปลายเดือนกันยายนหรือต้นเดือนตุลาคม 2569

ภายใต้โครงสร้างใหม่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะปรับเป็น กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และอีกกระทรวงจะชื่อว่า กระทรวงกีฬา ตามภารกิจที่กำหนดไว้ โดยทั้งสองกระทรวงจะเร่งจัดทำกฎกระทรวงรองรับภารกิจใหม่ พร้อมจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อกำหนดแนวทางบริหารภารกิจที่เชื่อมโยงกัน ลดความซ้ำซ้อน และเตรียมความพร้อมให้สามารถดำเนินงานตามโครงสร้างใหม่ได้ภายในสิ้นปี 2569

‘ศุภจี’ นั่งหัวโต๊ะขับเคลื่อนปรับโครงสร้าง “ท่องเที่ยว–วัฒนธรรม” เดินหน้าปฏิรูประบบราชการ รับยุทธศาสตร์ฟื้นเศรษฐกิจ ดันไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจฐานประสบการณ์

ด้าน นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กล่าวว่า การปฏิรูประบบราชการครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญในรอบกว่า 24 ปี ที่จะช่วยบูรณาการนโยบายด้านวัฒนธรรมและงานท่องเที่ยวให้เดินหน้าไปแบบเสริมกันและกัน พร้อมเสนอให้ทุกภาคส่วนร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์และรูปแบบการบริหารที่มีความยืดหยุ่น รวมทั้งจะเป็นตัวอย่างของการปรับปรุงระบบราชการที่หน่วยอื่น หรืองานอื่นๆก็รอโอกาสได้ปฏิรูปบ้าง ทั้งนี้ก็เพื่อให้ระบบราชการไทยสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกและความต้องการของประชาชนได้แม่นยำขึ้น

รองนายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนา “เศรษฐกิจฐานประสบการณ์” (Experience Economy) ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวคุณภาพ โดยจะไม่ให้การปรับโครงสร้างส่งผลกระทบต่อภารกิจหลักของหน่วยงาน ทั้งการส่งเสริมการท่องเที่ยว การจัดกิจกรรมสำคัญ และการขับเคลื่อนนโยบาย Value Tourism

พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ทำหน้าที่ที่ปรึกษาในการขับเคลื่อนการปรับโครงสร้าง และมอบหมายให้สำนักงาน ก.พ.ร. จัดทำแผนปฏิบัติการและกรอบระยะเวลาดำเนินงานที่ชัดเจน รวมทั้งติดตามความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องเป็นรายเดือน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่โครงสร้างใหม่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายตามที่รัฐบาลกำหนดไว้

‘ศุภจี’ นั่งหัวโต๊ะขับเคลื่อนปรับโครงสร้าง “ท่องเที่ยว–วัฒนธรรม” เดินหน้าปฏิรูประบบราชการ รับยุทธศาสตร์ฟื้นเศรษฐกิจ ดันไทยสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจฐานประสบการณ์