“สว.ชีวะภาพ” พลิกเกมแฉ จ่อขึ้นศาล 8 ต.ค. จับตาคดีมหากาพย์ “แม่แกนนำส้ม” ฮุบป่า 3 พันไร่

วันที่ 1 กันยายน 2569 นายชีวะภาพ ชีวะธรรม สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และประธานคณะกรรมาธิการการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา แถลงชี้แจงกรณีถูกกล่าวหา ในเวทีเสวนา “ผู้นำฝ่ายค้าน เรื่อง การเมืองไทยในวิกฤติความเชื่อมั่น ความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ” ว่า ในวงเสวนาอ้างว่าเพื่อความยุติธรรม แต่กลับไม่ให้ความยุติธรรมกับผู้อื่น พาดพิงบุคคลที่สาม รวมถึงสุนัขหลังอานของตน ชื่อ “เจ้าอ้วง” ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงต้องใช้เวทีนี้ในการชี้แจง ประเด็นแรกตนมั่นใจว่า ตัวเองมีคุณสมบัติที่จะได้รับเลือกเป็น สว. เพราะเป็นถึงหัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระดับซี 10 จึงลาออกแล้วมาสมัครรับเลือก สว. ในกลุ่มสิ่งแวดล้อมที่มีผู้สมัครหลักร้อยคน ตนมีศักยภาพที่จะได้รับเลือกอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องไปฮั้วกับใคร

นายชีวะภาพ ยังได้เปิดคลิปการเสวนาในวันดังกล่าวที่มี 2 ช่วง โดยช่วงแรก เป็นบทสนทนาเกี่ยวกับการจ้างมือปืนจากจังหวัดอุทัยธานี ส่วนคลิปที่ 2 เป็นการเปิดภาพนายชีวะภาพกับ น.ส.รุ่งรัฏฏิกาล โพธิ์ไกร หรือ น.ส.แตงโม พร้อมกับผู้ร่วมเสวนาทำเสียงซี๊ดซ๊าด โดยนายชีวะภาพ กล่าวถึงคลิปแรกเรื่องการจ้างมือปืนจากอุทัยธานี ว่า ทำไมต้องเป็นอุทัยธานี ทำไมไม่เป็นจังหวัดอื่น ยืนยันว่า ตนเป็นลูกหลานบางระจัน เป็นลูกผู้ชายไม่มีการจ้างมือปืน จังหวัดสิงห์บุรีเป็นจังหวัดที่น่าอยู่ ไม่มีอะไรรุนแรง แต่ภาพออกไปว่า มีการจ้างมือปืนมาข่มขู่ ทำให้คนในพื้นที่เสียหาย ตนเป็นลูกผู้ชายพอไม่ทำเรื่องแบบนี้ เพราะทำแบบนี้คือ หน้าตัวเมีย ตนเป็นคนมีครูบาอาจารย์ มีสถาบันการศึกษา ขอเรียกร้องให้ตรวจสอบว่า เอาข้อมูลมาจากที่ไหน ใครให้ข้อมูล มีการแจ้งความหรือไม่ แล้วคดีไปถึงไหน เกี่ยวกับตนหรือไม่ การนำเสนอเรื่องแบบนี้บนเวที เป็นการใส่ร้ายป้ายสีมากกว่า เรื่องนี้ต้องได้ข้อยุติ ไม่เช่นนั้น ทั้งจังหวัดจะเสียหายไปด้วย

นายชีวะภาพ กล่าวว่า ส่วนคลิปความสัมพันธ์กับ น.ส.แตงโมนั้น เรื่องนี้เรารู้จักกันมาตั้ง 2 ปีที่แล้ว สมัยแม่ของ น.ส.แตงโม ยังไม่เสียชีวิต ท่านให้ฝากฝังดูแล และยอมรับตรงนี้เลยว่า ปัจจุบันตนคบกับ น.ส.แตงโมอยู่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะตนเป็นคนโสด และที่ผ่านมาก็ไม่เคยปิดบังความสัมพันธ์ คนสิงห์บุรีรับรู้หมด ดังนั้นการมาเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของตนกับ น.ส.แตงโม ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินให้กับผู้สมัคร สว. และยังมีการจ่ายผ่านบริษัทเอกชนนั้นไม่เป็นความจริง โดยเฉพาะบริษัทเอกชน ซึ่งได้รับความเสียหาย ถูกชะลอการทำสัญญาธุรกิจที่เขามีการเจรจาวงแผนเอาไว้ เนื่องจากถูก นายชยพล สท้อนดี สส. กทม. พรรคประชาชน อ้างข้อมูลว่า เกี่ยวข้องกับตน และใช้บริษัทดังกล่าวในการจ่ายเงิน ซึ่งตรงนี้ต้องย้ำว่าไม่เป็นความจริง คุณมีการตรวจสอบเส้นเงินย้อนหลังหรือไม่ มีการพูดคุยโทรศัพท์หรือไม่ ทั้งนี้ ยอมรับว่า ตนกับผู้บริหารบริษัทเอกชนดังกล่าว เป็นเพื่อนกัน แต่ผู้บริหารคนนี้เพิ่งเข้ามาบริหารบริษัทเมื่อไม่นานมานี้เอง ส่วนการตั้ง น.ส.แตงโม และผู้บริหารบริษัทเอกชนแห่งนี้เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของ กมธ. เนื่องจากเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ ตนจึงแต่งตั้ง ไม่ได้เกี่ยวกับการตอบแทนเรื่องการฮั้วสว.
“วันนี้ กระบวนการยุติธรรมที่พวกคุณพยายามจะสร้างขึ้นมา บอกว่าทำเพื่อชาติ คุณต้องทำเพื่อความยุติธรรมให้คนอื่นด้วย ทำเวทีใหญ่ขนาดนี้ มันจะต้องมีเสียงคราง เสียงซี้ดซ๊าดประกอบด้วยหรือ ในการตรวจสอบ คุณต้องมีความลุ่มลึกในวิชาชีพ เพราะที่คุณทำมานั้นอ่อนหัดมาก มาทำให้คนอื่นเขาเสียหาย โยงไปเรื่อย ข้ามเส้น ที่สำคัญ มีการเอาไปเชื่อมกับผู้หลักผู้ใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย มีอย่างที่ไหน ถ้ามีก็คงเอามาโชว์แล้ว คงหาไม่ได้เลยเอาเจ้าอ้วง มาเป็นตัวเชื่อม เพื่อทำให้ตนผิด ผมขอเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ โดยเฉพาะทาง กกต. สิ่งเหล่านี้ผมไปให้การกับ กกต.ไปหมดแล้ว จึงขอให้มีการตรวจสอบพยานที่ให้ข้อมูลด้วยว่า เป็นใคร ซึ่งผมตรวจสอบเบื้องต้น และพอจะเดาได้แล้วว่า เป็นใคร ซึ่งก็คือ ผู้สมัคร สว.ที่เคยมีเรื่องกับผมมาก่อน ที่มีการยืมเงินของใคร แล้วไม่จ่ายคืน” นายชีวะภาพ กล่าว

นายชีวะภาพ ยังชี้แจงกรณีที่ไอลอว์เปิดเผยข้อมูลการรวมตัวของผู้สมัคร สว. ว่าเป็นการฮั้วหรือไม่นั้น จริงๆ ตนก็มีภาพที่ทางไอลอว์ซึ่งไปติดต่อใช้ร้านอาหารบ้านสวนแม่ลาการ้อง เพื่อจัดกิจกรรมพบผู้สมัคร สว.เช่นกัน มีการเลี้ยงเครื่องดื่ม เลี้ยงซาลาเปา ตนขอถามกลับว่านี่คือการจัดเลี้ยงใช่หรือไม่ แล้ววันนั้นใครเป็นคนออกเงิน เพราะถามมาแล้วคนที่ไปร่วมงานไม่ต้องจ่ายเงินเลย ที่ไอลอว์ทำแบบนี้ถือว่าผิดหรือไม่ ทำไมคนอื่นทำจึงถือว่าผิด
“ใครจ่ายตังค์ มีกาแฟ อาหารว่าง ซาลาเปา เข้าข่ายจัดเลี้ยงไหม ถาม กกต. ดู ไอลอว์ไปจัดแบบนี้ตั้งแต่บ่ายถึงเย็น แล้วผมถามคนในห้อง ไม่มีใครได้หารได้จ่ายเงินเลย เงินอาจไม่กี่บาท 3,000 กว่าบาท” นายชีวะภาพ ระบุ
นายชีวะภาพ ยังยืนยันว่า อดีตผู้สมัคร สส.สิงห์บุรี พรรคส้ม ทาบทามให้เขาลงสมัคร สว. โดยให้เป็น “หัวหน้ากลุ่มสิ่งแวดล้อม” รวมถึงเคยติดต่อให้ลงสมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สิงห์บุรีในนาม “พรรคส้ม” แต่ตนปฏิเสธไป เพราะสนิทกับนายก อบจ. คนปัจจุบัน อีกทั้งมองว่าไม่เหมาะสมถ้าไปลงในนามพรรคส้ม เพราะเคยทำคดีบุกรุกป่า 3,000 ไร่ใน จ.ราชบุรี ซึ่งเกี่ยวข้องกับมารดาของหัวหน้าพรรคการเมือง ขณะนี้คดียังไม่จบ ตนมีกำหนดไปเป็นพยานต่อศาลราชบุรีวันที่ 8 ต.ค. นี้ ดังนั้นไอลอว์อาจไม่ได้มองว่าเคยไปทำอะไรกับตนไว้ เคยเจรจาอะไรกับตนไว้
“ผมมาทำคดี 3,000 ไร่ ที่ราชบุรี สื่อมวลชนลองไปตามด้วยนะฮะ มีคดีนึงถูกแอบสั่งไม่ฟ้องไปเกือบ 3,000 ไร่ นี่คือเหตุผลน่ะทั้งหมด เขาคงไม่ได้นึกว่าครั้งหนึ่งไปทำอะไรไว้ ครั้งหนึ่งเคยไปเจรจาอะไรกับผมไว้ ผมไม่ได้มองว่าเขาจะมาโกรธแค้นอะไรผม” นายชีวะภาพ ยืนยัน
นอกจากนี้นายชีวะภาพ ยังวิงวอนขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาจากพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงในสำนวน โดยอย่าหลงเชื่อกระแสโซเชียลมีเดีย หรือพยานที่เป็นปรปักษ์และมีข้อพิพาทส่วนตัวเรื่องการกู้ยืมเงินกับตน







