กรมทรัพย์สินทางปัญญา เร่งสำรวจผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรและผู้ประกอบการ GI ใน 11 จังหวัดพร้อมเปิดมาตรการช่วยเหลือดูแลหลังน้ำลด มุ่งบรรเทาภาระด้านการเงิน กระตุ้นตลาด ฟื้นฟูแหล่งผลิตสินค้า หวังคืนชีพเศรษฐกิจชุมชน GI ให้สามารถกลับมาเดินหน้าได้อย่างมั่นคงโดยเร็ว

Mummai Media

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมหลายจังหวัดในภาคใต้ได้สร้างความเสียหายและส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อประชาชน ผู้ประกอบการ และชุมชนท้องถิ่นเป็นอย่างมาก ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ได้ให้ความสำคัญ โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานในกระทรวงเร่งให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง พร้อมจัดตั้ง War Room ติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มาตรการช่วยเหลือถูกส่งต่อได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ซึ่งเมื่อวันที่ 26 พ.ย. 2568  นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้มีคำสั่งจัดตั้งศูนย์ประสานงานสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ กระทรวงพาณิชย์ มีผู้บริหารกระทรวงและกรมต่างๆ ร่วมเป็นองค์ประกอบ เพื่อศูนย์กลางบริหารจัดการสถานการณ์ วิเคราะห์ข้อมูลความเสียหาย กระจายความช่วยเหลือ และกำหนดมาตรการเยียวยาผู้ประสบภัยภายใต้ภารกิจของกระทรวงได้อย่างตรงจุด

 กรมทรัพย์สินทางปัญญาขานรับนโยบายดังกล่าวของกระทรวงทันที โดยมอบหมายรองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา (นายอาวุธ วงศ์สวัสดิ์) ร่วมในทีม War Room กระทรวงพาณิชย์ พร้อมจัดตั้งทีมเฉพาะกิจของกรมฯ ประสานข้อมูลร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดอย่างไร้รอยต่อ เพื่อติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้น

 โดยเฉพาะในพื้นที่แหล่งผลิตสินค้า GI 11 จังหวัด ได้แก่ สงขลา ชุมพร สุราษฎร์ธานี พัทลุง สตูล นครศรีธรรมราช นราธิวาส ยะลา กระบี่ ตรัง และปัตตานี ซึ่งมีสินค้า GI ประจำท้องถิ่นดังกล่าวกว่า 46 รายการ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสินค้าพืชผลทางการเกษตรและอาหาร โดยมีการสำรวจผลกระทบทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณสินค้า ความเสียหายต่อพื้นที่เพาะปลูก รวมถึงข้อจำกัดด้านการขนส่งและช่องทางจำหน่ายสินค้า พร้อมประเมินความเสียหายและความต้องการเร่งด่วนของผู้ประกอบการ GIเพื่อเร่งส่งความช่วยเหลือเข้าสู่พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนเตรียมความพร้อมสำหรับการฟื้นฟูเยียวยาภายหลังจากน้ำลด

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เร่งสำรวจผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรและผู้ประกอบการ GI ใน 11 จังหวัดพร้อมเปิดมาตรการช่วยเหลือดูแลหลังน้ำลด มุ่งบรรเทาภาระด้านการเงิน กระตุ้นตลาด ฟื้นฟูแหล่งผลิตสินค้า หวังคืนชีพเศรษฐกิจชุมชน GI ให้สามารถกลับมาเดินหน้าได้อย่างมั่นคงโดยเร็ว

นางอรมน กล่าวว่า จากการติดตามประเมินสถานการณ์ พบหลายพื้นที่ได้รับความเสียหายส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อผู้ประกอบการ GI ใน 11 จังหวัด รวมกว่า 108,000 ครัวเรือน โดยเฉพาะ จังหวัดสงขลา กระทบผลผลิต GI ทั้ง 5 รายการของจังหวัดซึ่งได้รับความเสียหายทั้งหมด ได้แก่ มะม่วงเบาสงขลา ส้มโอหอมควนลัง ส้มจุกจะนะ ไข่ครอบสงขลา และปลากะพงสามน้ำทะเลสาบสงขลา จังหวัดปัตตานี กระทบผลผลิต GI ทั้ง 3 รายการของจังหวัด ได้แก่ ส้มโอปูโกยะรัง ลูกหยียะรัง และทุเรียนทรายขาว

จังหวัดตรัง กระทบผลผลิต GI ทั้ง 5 รายการของจังหวัด ได้แก่ หมูย่างเมืองตรัง พริกไทยตรัง ข้าวเบายอดม่วงตรัง แตงโมเกาะสุกร และผ้าทอนาหมื่นศรี จังหวัดพัทลุง กระทบผลผลิต GI 2 รายการ ได้แก่ ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง และปลาดุกร้าทะเลน้อยพัทลุง

จังหวัดยะลา กระทบผลผลิต GI 1 รายการ ได้แก่ กล้วยหินบันนังสตา จังหวัดนราธิวาส กระทบผลผลิต GI 2 รายการ ได้แก่ ข้าวหอมกระดังงานราธิวาส และปลากุเลาเค็มตากใบ จังหวัดสตูล กระทบผลผลิต GI 2 รายการ ได้แก่ จำปาดะสตูล และกระท้อนนาปริกสตูล สำหรับจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และกระบี่ ผลผลิต GI ได้รับผลกระทบบางส่วนโดยพื้นที่ดังกล่าวยังคงต้องเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้กำหนดมาตรการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการ ในพื้นที่ เพื่อฟื้นฟูความเสียหายภายหลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายลง โดยวางแนวทางดำเนินการ 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1. ด้านการบรรเทาภาระด้านเงินทุนและเสริมสภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการ GI โดยกรมฯ ได้ประสานความร่วมมือกับสถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคาร SME D Bank ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จัดหามาตรการช่วยเหลือทั้งในรูปแบบสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำหรือการพักชำระหนี้ให้แก่ผู้ผลิตและประกอบการ GI ซึ่งกรมฯ จะเร่งรวบรวมรายชื่อผู้ผลิตและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบและประสานกับสถาบันการเงินที่เป็นพันธมิตรเพื่อออกแผนช่วยเหลือด้านการเงินโดยละเอียดต่อไป

2. ด้านการกระตุ้นตลาดและเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้า GI ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการตลาด อาทิ งาน GI Market จัด Flash Sale ช่วยเกษตรกร GI หลังน้ำท่วม รวมถึงการประชาสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายหน่วยงานพันธมิตรและแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าออนไลน์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินค้าและระบายผลผลิตที่ยังคงคุณภาพมาตรฐาน GI จากพื้นที่ประสบภัย

 3. ด้านการฟื้นฟูพื้นที่เพาะปลูกหรือแหล่งผลิตสินค้า GI โดยกรมฯ จะบูรณาการความร่วมมือกับกรมพัฒนาที่ดินและสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) (BEDO) เพื่อลงสำรวจแหล่งผลิตสินค้า GI ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้ พร้อมวางกรอบแนวทางฟื้นฟูพื้นที่ดังกล่าวให้กลับคืนสู่ภาวะปกติ รวมทั้งกำหนดมาตรการป้องกันและรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อปกป้องรักษาพื้นที่แหล่งผลิตสินค้า GI ในระยะยาว และ 4. ขยายเวลาดำเนินการด้านทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มอีก 30 วัน ไม่ว่าจะเป็นการยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์หรือ

การออกแบบผลิตภัณฑ์ เครื่องหมายการค้า หรือดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อไม่ให้ผู้ยื่นคำขอเสียสิทธิในช่วงประสบเหตุอุทกภัย โดยสามารถยื่นหลักฐานและคำขอขยายเวลาต่อกรมฯ ผ่านสำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ตามที่ระบุในประกาศกรมฯ ภายใน 15 วันหลังสิ้นสุดเหตุอุทกภัย และกรมฯ จะออกหนังสือยืนยันให้ขยายเวลาดำเนินการออกไปได้อีก 30 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสืออนุญาตให้ขยายเวลาดังกล่าว

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เร่งสำรวจผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเกษตรกรและผู้ประกอบการ GI ใน 11 จังหวัดพร้อมเปิดมาตรการช่วยเหลือดูแลหลังน้ำลด มุ่งบรรเทาภาระด้านการเงิน กระตุ้นตลาด ฟื้นฟูแหล่งผลิตสินค้า หวังคืนชีพเศรษฐกิจชุมชน GI ให้สามารถกลับมาเดินหน้าได้อย่างมั่นคงโดยเร็ว

นางอรมน กล่าวว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเดินหน้าให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง พร้อมผลักดันมาตรการฟื้นฟูเยียวยาผลกระทบในมิติด้านทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเร่งด่วน รวมทั้งจัดหามาตรการเสริมอื่นๆ หากจำเป็น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชุมชนผู้ผลิต GI และอำนวยความสะดวกแก่เจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาให้สามารถขับเคลื่อนธุรกิจและคืนรายได้กลับสู่ท้องถิ่นโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญาขอส่งกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยมุ่งหวังให้สถานการณ์ดีขึ้นและกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ซึ่งกรมฯ ยินดีเป็นหน่วยประสานความช่วยเหลือให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่างๆ โดยสามารถแจ้งความเดือดร้อนและความต้องการเร่งด่วนมาที่เพจ Facebook กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือโทรสายด่วน 1368 เพื่อกรมฯ จะเร่งติดต่อประสานงานส่งความช่วยเหลือและจัดหามาตรการเยียวยาให้ตรงจุดต่อไป