“ศุภจี” เปิด Mission to Win ชี้ส่งออกเปราะบาง โลกการค้าหลายขั้ว ดันไทยสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

Mummai Media

Updated on:

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานสัมมนาและกล่าวปาฐกถาพิเศษ  “Mission to Win for The Game Changer : ภารกิจพิชิตชัย แก้เกมไว คว้าแต้มต่อการค้าโลก” ว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนสูง ขณะที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปีที่ผ่านมาอยู่ในระดับต่ำไม่ถึง 2  % และยังต่ำกว่าเพื่อนบ้านในภูมิภาค ส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยคือ การส่งออก ซึ่งปีที่ผ่านมาเติบโตสูงจากการเร่งส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา อันเป็นผลจากความกังวลด้านมาตรการภาษี (Reciprocal Tariff) แต่ในปีนี้แนวโน้มการส่งออกอาจชะลอลงและมีความเสี่ยงใกล้ระดับศูนย์หรือหดตัว

ในด้านการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึง 1.3 ล้านล้านบาท และเป็นการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ถึง 9.8 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าผลักดันให้เกิดการลงทุนจริงในประเทศภายในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 480,000 ล้านบาท โดยต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เนื่องจากงบประมาณภาครัฐมีข้อจำกัด ซึ่งรัฐบาลพร้อมเร่งอำนวยความสะดวกด้านใบอนุญาต (fast pass)และกฎระเบียบ เพื่อเปลี่ยนคำขอส่งเสริมการลงทุนให้เป็นการลงทุนจริงอย่างเป็นรูปธรรม

นางศุภจี กล่าวว่า บริบทการค้าโลกได้เปลี่ยนจากโลกสองขั้วไปสู่โลกหลายขั้ว (Multipolar World) ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและการแข่งขันรุนแรง ประเทศไทยจำเป็นต้องวางตำแหน่งของตนเองอย่างรอบคอบ โดยโลกมองว่า “เอเชียคือโอกาส” และไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่นานาชาติต้องการสร้างความร่วมมือมากขึ้น

“ศุภจี” เปิด Mission to Win ชี้ส่งออกเปราะบาง โลกการค้าหลายขั้ว ดันไทยสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

ในด้านยุทธศาสตร์ภูมิภาค ไทยต้องยึดโยงกับอาเซียนให้เข้มแข็ง ใช้ขนาดตลาดและจำนวนประชากรเป็นพลังต่อรอง พร้อมใช้จุดแข็งด้านภูมิศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค รวมทั้งบทบาทของไทยในฐานะประธานการเจรจาด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน เพื่อผลักดันกรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัล ASEAN Digital Economy Framework Agreement (DEFA) ซึ่งตั้งเป้ายกระดับการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในยุคดิจิทัลอาเซียนจาก 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030

นางศุภจี กล่าวว่า   ปัจจุบันเทคโนโลยี  โดยเฉพาะ AI  มีความสำคัญและจำเป็นต้องนำมาใช้เพื่อพัฒนาทักษะแรงงาน (Upskill–Reskill) และเพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจ ซึ่ง“AI จะไม่มาแทนคน แต่ที่สำคัญคนที่ใช้ AI เป็น จะมาแทนคนที่ไม่ใช้”

สำหรับนโยบายสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ จะมุ่งดำเนินการ 6 ด้านหลัก ได้แก่

1.การขยายตลาดใหม่และการใช้ประโยชน์จาก FTA อย่างเต็มที่

2.เร่งสรุปการเจรจา FTA และทำให้ FTA ที่มีอยู่แล้ว 14 ฉบับ มีความร่วมสมัย

3.การปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ จากการค้าที่ไม่เป็นธรรม ด้วยมาตรการทางการค้า

4.ร่วมแก้เกม เมื่อถูกไต่สวน

5.รักษาผลประโยชน์อุตสาหกรรมไทย ใช้ local content ไทย

6.การปิดช่องว่างสินค้านำเข้าทะลักและการยกระดับมาตรฐานสินค้า

“ศุภจี” เปิด Mission to Win ชี้ส่งออกเปราะบาง โลกการค้าหลายขั้ว ดันไทยสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังให้ความสำคัญกับการค้าอย่างยั่งยืน (Sustainability) และเศรษฐกิจสีเขียว โดยสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด การพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว และการสร้างความร่วมมือทางการค้าในลักษณะห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่คำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกัน (Mutual Benefit)

“การทำการค้าในโลกยุคใหม่ ไม่ใช่มองแค่จุดเดียว แต่ต้องมองเป็นเครือข่ายหลายจุด และเข้าไปเป็นจิ๊กซอว์ เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างมีคุณค่า หากเราทำได้ ไทยจะไม่ใช่เพียงผู้ตาม แต่เป็นผู้ร่วมกำหนดเกมการค้าโลก” นางศุภจีกล่าว