ส่งออกเดือนก.พ. 9.9 % ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20

Mummai Media

นางสาวณัฐิยา สุจินดา รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่า  การส่งออกของไทยในเดือนก.พ. 69 มีมูลค่า 29,439.7 ล้านดอลลาร์  ขยายตัวต่อเนื่อง 9.9  % เป็นเดือนที่ 20 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 11.0 %   

โดยการส่งออกเดือน ก.พ.ได้รับแรงขับเคลื่อนหลักของการส่งออกยังคงเป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เติบโตตามการอัปเกรดเทคโนโลยีสมัยใหม่สู่ยุค AI และการกระจายความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีต่อเนื่อง ในขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารศักยภาพขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง เช่น ทุเรียนสด เงาะสด ลำไยสด สับปะรดสด ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ อาหารสัตว์เลี้ยง ไก่แปรรูป เป็นต้น

ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 32,273.3 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 31.8 % ส่งผลให้ไทยขาดดุล 2,833.6 ล้านดอลลาร์  ขณะที่ภาพรวม 2 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 61,012.7 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 17  %  หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 15.8 %

ส่งออกเดือนก.พ. 9.9 % ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20

นางสาวณัฐิยา  กล่าวว่า  การส่งออกในเดือนก.พ.ที่ขยายตัว 9.9 % มาจากการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 13.3 %  ขยายตัวต่อเนื่อง 23 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ หม้อแปลงไฟฟ้าและเครื่องส่งวิทยุ โทรเลข โทรศัพท์ โทรทัศน์

สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) หดตัว 30.0 %  โดยสินค้าสำคัญที่หดตัวได้แก่ เม็ดพลาสติก เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 21.3 %

ขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรหดตัว  5.7 %  หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน โดยสินค้าเกษตร หดตัว 3.6 % หดตัวต่อเนื่อง 7 เดือน และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว 7.7  %หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ อาหารสัตว์เลี้ยง ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ไก่แปรรูป และไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์

ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ยางพารา ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง น้ำตาลทราย เครื่องดื่ม และไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง ทั้งนี้ 2 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัว  3.8 %

ด้านตลาดการส่งออกยังคงขยายตัวได้ดีในหลายตลาดสําคัญ โดยมีกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์สื่อสาร เป็นแรง ขับเคลื่อนหลักในตลาดสหรัฐฯ สหภาพยโรป และอาเซียน(5)  ขณะที่ตลาดจีนได้รับแรงหนนจากสินค้าเกษตร อาทิ ผลไม้สดและผลิตภัณฑ์ยาง ขณะเดียวกันท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดทางภมิรัฐศาสตร์ยังหนนความต้องการสินค้าอาหารในตลาดตะวันออกลาง

ส่งออกเดือนก.พ. 9.9 % ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20

 โดยภาพรวมการส่งออกไปยังกลุ่มตลาดต่าง ๆ  ตลาดหลัก ขยายตัว 16.6% โดยขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ 40.5% จีน 0.4% ญี่ปุ่น 9.7% สหภาพยุโรป (27) 20.6% และอาเซียน (5) 17.8% ขณะที่หดตัวในตลาด CLMV 11.4% 

ตลาดรอง ขยายตัว 3.3% โดยขยายตัวในตลาดทวีปออสเตรเลีย 8.6% ตะวันออกกลาง 19.4% ลาตินอเมริกา 25.6% ทวีปแอฟริกา 20.4% และสหราชอาณาจักร 27.2% ขณะที่หดตัวในตลาดรัสเซียและ CIS 30.1% และเอเชียใต้ 26.1%  ตลาดอื่น ๆ หดตัว 60.6%

นางสาวณัฐิยา  กล่าวว่า  คาดว่าการส่งออกในเดือนมี.ค.คาดว่าการส่งออกจะลดลง จากผลของสงคราม ทำให้ค่าระวางที่สูงขึ้น รวมถึงราคาพลังงานเป็นแรงกดดัน แต่ไม่น่าจะหลุด 25,000 ล้านดอลลารซึ่งคงต้องจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

ส่วนการส่งอออกทั้งปี ยังคงคาดการณ์ไว้  3 กรณี กล่าวคือ

 กรณีดีสุด คาดว่าการส่งออกไทยปีนี้ จะขยายตัวได้ 1%  ที่มูลค่า 28,235 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน

 กรณีปานกลาง คาดว่าการส่งออกไทยปีนี้ จะหดตัว -1% ที่มูลค่า 27,522 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน

 กรณีเลวร้ายสุด คาดว่าการส่งออกไทยปีนั จะหดตัว -3% ที่มูลค่า 26,800 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ จะติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และคาดว่าจะมีการปรับประมาณการส่งออกไทยสำหรับทั้งปีนี้ใหม่อีกครั้งในช่วงเดือนเม.ย. 69

นางสาวณัฐิยา กล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกในปี 2569 คาดว่าจะยังขยายตัวต่อเนื่อง ท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลก หลังจากที่สหรัฐฯ ปรับมาใช้มาตรา 122 ทำให้ภาษีนำเข้าจากไทยลดลงจากอัตรา Reciprocal Tariff เดิม ช่วยสนับสนุนการเร่งส่งออกในช่วง 150 วัน สำหรับการเปิดไต่สวนตามมาตรา 301 มีกรอบดำเนินการถึงกลางปี ซึ่งคาดว่าจะเห็นผลในช่วงปลายปี

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ด้านความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซที่มีแนวโน้มยืดเยื้อส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน และต้นทุนการผลิตและการขนส่ง กระทบกำลังซื้อของประเทศคู่ค้า เป็นความเสี่ยงที่จะกระทบต่อการส่งออกในอนาคต กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบอย่างใกล้ชิด และได้หารือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่จะลดผลกระทบต่อประชาชนทั้งระบบ ผลักดันการส่งออกอาหารท่ามกลางวิกฤต พร้อมทั้งกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดใหม่ เพื่อให้การค้าไทยยังคงรักษาระดับการเติบโตสามารถคว้าโอกาสท่ามกลางวิกฤตอย่างแข็งแกร่ง