“สุภานันท์” แนะตั้งศูนย์คัดกรองผู้เสพยาก่อนส่งบำบัด ดึงตร.-ฝ่ายปกครองเฝ้าเข้ม 24 ชั่วโมง ชี้ “แพทย์ AI” หรูหราแต่ชาวบ้านจับต้องไม่ได้ แฉพื้นที่ห่างไกลยังมืดมิด ไร้ไฟ ไร้เน็ต

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2569 น.ส.สุภานันท์ ปัญญาทิพย์ สส.เชียงใหม่ เขต 6 พรรคกล้าธรรม ได้ลุกขึ้นอภิปรายนโยบายยกระดับสุขภาพคนไทย ที่รัฐบาลวาดฝันจะใช้ “เทคโนโลยี AI ทางการแพทย์” มาเป็นตัวชูโรงว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว ซึ่งรวมถึงกลุ่มเด็กและกลุ่มเปราะบาง คนกลุ่มนี้ไม่มีศักยภาพพอที่จะเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงด้วยตัวเองได้ ยิ่งไปกว่านั้น ในพื้นที่ห่างไกลหลายแห่ง สภาพความเป็นจริงคือ “ยังไม่มีการขยายเขตไฟฟ้า ไม่มีแม้กระทั่งสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต” แล้วชาวบ้านจะเอาอุปกรณ์ที่ไหนไปเชื่อมต่อกับ AI นโยบายนี้จึงเป็นเพียงความฝันที่ทำได้ยากยิ่งในพื้นที่ที่มีข้อจำกัด
นอกจากนี้ สส.เชียงใหม่ เขต 6 ยังกล่าวถึงนโยบายเสริมสร้างสถาบันครอบครัวและสถานที่พักพิงผู้สูงอายุ โดยระบุว่า ลำพังแค่สร้างสถานที่นั้นไม่พอ รัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณลงมา “อบรมคนในครอบครัว” ควบคู่ไปกับการเพิ่มศักยภาพ “พยาบาลอาสาประจำหมู่บ้าน” เพราะในความเป็นจริง ครอบครัวคือด่านแรกและด่านหลักที่ต้องรับภาระดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ พยาบาลอาสาเพียงลำพังไม่สามารถแบกรับภาระคนทั้งหมู่บ้านได้
น.ส.สุภานันท์ ยังกล่าวถึงนโยบาย “ศูนย์บำบัดยาเสพติดทุกอำเภอ”ว่า ผู้เสพบางรายติดยามาอย่างยาวนานและเรื้อรัง การจะจับเข้าศูนย์บำบัดในชุมชนทันทีถือเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่ง จึงอยากให้มีศูนย์คัดกรองผู้เสพเพื่อประเมินอาการว่าควรบำบัดที่ศูนย์ในชุมชน หรือต้องส่งต่อโรงพยาบาลใหญ่ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนากว่า และที่สำคัญ หากรัฐบาลจะตั้งศูนย์บำบัดยาทุกอำเภอจริง ต้องมีมาตรการเด็ดขาด ดึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือตำรวจ มาร่วมรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยของชุมชน
“ดิฉันหวังว่ารัฐบาลจะพัฒนาทุกๆพื้นที่ให้สามารถใช้เทคโนโลยีต่างๆ อำนวยความสะดวกสบายแก่พี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึงและเพื่อให้ประชาชนทุกคนในประเทศนี้ได้เข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่รัฐมีหน้าที่จัดหา อีกทั้งสวัสดิการบริการสาธารณะและสิทธิประโยชน์ต่างๆอย่างเสมอภาคและอยากให้รัฐบาลสามารถจัดการปัญหาให้บรรลุเป้าประสงค์ของนโยบายที่ได้แถลงไปอย่างเป็นรูปธรรม” น.ส.สุภานันท์ กล่าว























