“ชีวะภาพ” ชื่นชม “พยัคฆ์ไพร” ยึดมั่นอุดมการณ์ โต้ข่าว “อธิบดีป่าไม้” ไหว้ขอโทษ”พระสิ้นคิด”

Mummai Media

กมธ.สิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ลุยสอบที่พักสงฆ์ “พระสิ้นคิด”รุกป่า “ชีวะภาพ” ชื่นชม “พยัคฆ์ไพร” ยึดมั่นอุดมการณ์ โต้ข่าวลือ “อธิบดีป่าไม้” ไหว้ขอโทษหลวงตา ยันแค่เจรจาหาข้อยุติ

"ชีวะภาพ" ชื่นชม "พยัคฆ์ไพร" ยึดมั่นอุดมการณ์ โต้ข่าว "อธิบดีป่าไม้" ไหว้ขอโทษ"พระสิ้นคิด"

วันที่ 21 เมษายน 69 นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาศึกษาข้อเท็จจริงกรณี การก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่อยู่นอกแนวเขตพื้นที่จำนวน 15 ไร่ที่ได้รับอนุญาตของที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ในนามวัดของ หลวงตาสินทรัพย์ จรณธัมโม หรือพระสิ้นคิด โดยมีนายพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ รองอธิบดีกรมป่าไม้ นายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าหน่วยพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผอ.สำนักอุทยานฯ เข้าชี้แจงข้อเท็จจริง

"ชีวะภาพ" ชื่นชม "พยัคฆ์ไพร" ยึดมั่นอุดมการณ์ โต้ข่าว "อธิบดีป่าไม้" ไหว้ขอโทษ"พระสิ้นคิด"

นายชาญชัย กล่าวว่า ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2567 เป็นต้นมาได้มีผู้ร้องเรียนให้ตรวจสอบการก่อสร้างที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ เนื่องจากพบการก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติมออกนอกพื้นที่เป็นจำนวนมาก แต่หลานหน่วยงานลงพื้นที่แล้วยังไม่ได้ข้อยุติ กระทั่งวันที่ 3 เมษายน 69 มีพลเมืองดีส่งหนังสือร้องเรียนมายังกรมป่าไม้และตำรวจสอบสวนกลาง ก่อนที่ตนจะได้รับการประสานให้ลงพื้นที่ตรวจสอบในฐานะหัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร โดยยืนยันว่าเป็นการลงพื้นที่เพื่อให้ความเป็นธรรม พูดคุยทำความเข้าใจเพื่อให้แก้ไขปรับปรุงข้อผิดพลาด แต่วันนั้นทนายความของพระสินทรัพย์ แจ้งว่าหลวงตาติดกิจนิมนต์ต่างจังหวัดไม่สามารถมาพบได้ ซึ่งตนไม่คิดเลยว่าจะถูกโลกโซเชียลหยิบยกมาโจมตีจนเป็นประเด็นดราม่า

"ชีวะภาพ" ชื่นชม "พยัคฆ์ไพร" ยึดมั่นอุดมการณ์ โต้ข่าว "อธิบดีป่าไม้" ไหว้ขอโทษ"พระสิ้นคิด"

ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่พักของพระสงฆ์ แม่ชีและผู้มาปฏิบัติธรรมจำนวน 48 แห่ง แทรกอยู่ใต้ไม้ยืนต้นและแนว ตามแนวหินที่โผล่บนพื้นที่ป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ จึงได้มีการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษฐานรุกป่าไปเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังพบว่ามีการเปลี่ยนชื่อประธานที่พักสงฆ์จากพระสินทรัพย์ไปเป็นชื่อคนอื่นแล้ว

หัวหน้าหน่วยพยัคฆ์ไพร ยังชี้แจงกรณีมีข่าวอธิบดีกรมป่าไม้กรมป่าไม้ขอโทษหลวงตาสินทรัพย์ หลังตรวจสอบแล้วไม่พบผู้กระทำผิดว่า ไม่เป็นความจริง เพียงแต่อธิบดีได้พูดคุยทำความเข้าใจเพื่อให้ข้อยุติ ไม่ได้ไหว้ขอโทษ ส่วนที่แจ้งดำเนินคดีก็ต้องว่าไปตามกระบวนการยุติธรรม

"ชีวะภาพ" ชื่นชม "พยัคฆ์ไพร" ยึดมั่นอุดมการณ์ โต้ข่าว "อธิบดีป่าไม้" ไหว้ขอโทษ"พระสิ้นคิด"

ด้านนายชัยวัฒน์ ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งตรวจที่ดินที่พระสินทรัพย์ไลฟ์สดอ้างว่าซื้อจากมาจากชาวบ้านในพื้นที่จริงหรือไม่ เนื่องจากที่พักสงฆ์ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติห้วยยอดมน ซึ่งแต่เดิมยังมีสภาพเป็นป่า ไม่มีราษฎรทำประโยชน์ เพราะสภาพเป็นภูเขามีหินโผล่ขึ้นจำนวนมาก ขณะที่การจัดสรรที่ทำกินแก่ราษฎรจะอยู่บริเวณรอบๆ

” พวกเราไม่มีเจตนาจะจับจับใครติดคุก แค่ต้องการขอที่ดินคืน แต่เมื่อมีการออกมาไลฟ์สดจนเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไม่มีที่ยืน ตนจึงต้องออกมาปกป้องและลงไปตรวจสอบ เพราะอยากจะให้จบลงด้วยดีและวัดมีความพร้อมที่จะคืนที่ดินให้กับรัฐ แต่หากวัดมีเจตนาจะยึดและสร้างสิ่งปลูกสร้างเกินกว่า 15 ไร่ ที่ได้รับอนุญาต ยังไงก็ผิดกฎหมาย” นายชัยวัฒน์ กล่าว.

นายชีวะภาพ กล่าวว่า ตนขอชื่นชมในจุดยืนและอุดมการณ์ของหน่วยพยัคฆ์ไพร อีกทั้งยังสามารถแยกแยะออกระหว่างกฎหมายกับการทำบุญ พร้อมฝากกรมป่าไม้ให้ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน แต่อย่าเป๋ ไปตามโลกโซเชียล เพราะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ

"ชีวะภาพ" ชื่นชม "พยัคฆ์ไพร" ยึดมั่นอุดมการณ์ โต้ข่าว "อธิบดีป่าไม้" ไหว้ขอโทษ"พระสิ้นคิด"

นอกจากนี้ยังฝากไปยังฝ่ายกฎหมายของพระสินทรัพย์ว่า ควรจะเตือนสติและให้คำแนะนำที่ถูกต้องแก่หลวงตา เพราะฝ่ายกฎหมายย่อมรู้ดีว่าเงื่อนไขการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นอย่างไร โดยเฉพาะการไปซื้อที่ดินชาวบ้านที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์นั้นจะถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งจะต้องคอยห้ามปรามกัน ไม่ใช่ไปสรรเสริญเยินยอกันแล้วมาด่ากรมป่าไม้ ใส่ร้ายชุดพยัคฆ์ไพรผ่านโลกโซเชียล

พร้อมวิงวอนไปยังผู้ที่ใช้ Social Media แต่ไม่ได้อยู่บนข้อเท็จจริง อย่ามโนไปมาเพียงเพื่อจะเอายอดไลค์หรือเพื่อโจมตีให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอาสัญไปเลยนั้นไม่ถูกต้อง เพราะเจ้าหน้าที่เขาต้องทำตามกฎหมาย.

"ชีวะภาพ" ชื่นชม "พยัคฆ์ไพร" ยึดมั่นอุดมการณ์ โต้ข่าว "อธิบดีป่าไม้" ไหว้ขอโทษ"พระสิ้นคิด"