“สว.กัลยา” กางบิ๊กดาต้าดับไฟ-ฝุ่นPM 2.5 ชี้ภัยร้ายไม่ใช่แค่เผาป่า แต่คือ “ไฟบ้าอำนาจ

Mummai Media

“สว.กัลยา” กางบิ๊กดาต้าดับไฟ-ฝุ่นPM 2.5 ชี้ภัยร้ายไม่ใช่แค่เผาป่า แต่คือ “ไฟบ้าอำนาจ-ไฟอคติ” ทำชาวบ้านสำลักควัน

"สว.กัลยา" กางบิ๊กดาต้าดับไฟ-ฝุ่นPM 2.5 ชี้ภัยร้ายไม่ใช่แค่เผาป่า แต่คือ "ไฟบ้าอำนาจ

เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 นางกัลยา ใหญ่ประสาน สมาชิกวุฒิสภา จ.ลำพูน ได้ขอหารือก่อนการประชุมวุฒิสภาถึงการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือว่า ตนไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ส่งทีมผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ผนึกกำลังกับคณะนักวิจัยจาก 4 สถาบันหลัก ทั้ง ม.เชียงใหม่, ม.แม่โจ้, ม.เทคโนโลยีราชมงคลเชียงใหม่ และม.ฟาอีสเทิร์น ตบเท้าเข้าพบ นายปิยพงษ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เพื่อวางหมากรบสู้ฝุ่นแบบบูรณาการ

นางกัลยาได้การกางข้อมูล “บิ๊กดาต้า” (Big Data) ที่เก็บรวบรวมสถิติไว้อย่างละเอียดว่า สาเหตุของการเกิดไฟนั้นมีถึง 31 ประเภท ซึ่งไม่ได้มีแค่เรื่องหาเห็ดถอบ หรือเผาป่าเตรียมทำไร่ข้าวโพดอย่างที่เข้าใจกัน แต่ยังมีไฟโรคจิต เผาเล่นเพื่อความสะใจ) ไฟอคติ และ ไฟบ้าอำนาจ เผาเพื่อประชดประชันหรือใช้อำนาจผิดทาง รวมทั้งไฟคับแค้น ของชาวบ้านที่ถูกกดทับ

สว.กัลยา ย้ำชัดว่า ถึงเวลาต้องเลิกแก้ปัญหาแบบ “หลับหูหลับตา” หรือทำตามความเคยชิน แต่ต้องใช้ข้อมูลจริงเข้าสู้ เพื่อพิสูจน์ว่าอันไหนคือ “ไฟดี” อันไหนคือ “ไฟเลว”

ในช่วงหนึ่งของการหารือ นางกัลยาได้หยิบยกปรัชญาจากพี่น้องชาวปกาเกอะญอ มาสะกิดใจผู้มีอำนาจด้วยภาษาถิ่นว่า “ไม้ไผ่ลำเดียวข้ามน้ำไม่ได้ ข้าวเปลือกเมล็ดเดียวต้มเป็นเหล้าไม่ได้” เพื่อสื่อถึงการทำงานที่ต้องร่วมมือกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ

พร้อมฝากบทเรียนถึงผู้บริหารทุกระดับว่า อย่าทำตัวเป็น “ชามแก้วที่มีน้ำล้น” ที่คิดว่าตัวเองเก่งแล้ว รู้ดีแล้ว จนไม่ฟังใคร แต่ขอให้เป็น “ชามแก้วที่ว่างเปล่า” พร้อมรับฟังความทุกข์ร้อนของประชาชนอย่างสุดจิตสุดใจ

“ชื่อเสียง เกียรติยศ ลาภยศ นั้นเป็นเพียงสิ่งชั่วคราว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือหัวใจของเราที่ต้องรับใช้พี่น้องประชาชนอย่างสุดจิตสุดใจ” สว.กัลยา กล่าว.

"สว.กัลยา" กางบิ๊กดาต้าดับไฟ-ฝุ่นPM 2.5 ชี้ภัยร้ายไม่ใช่แค่เผาป่า แต่คือ "ไฟบ้าอำนาจ