นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ช่วงใกล้เปิดภาคเรียนเป็นช่วงที่ผู้ปกครองมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น ทั้งจากค่าเครื่องแบบนักเรียน รองเท้า อุปกรณ์การเรียน อาหาร และค่าครองชีพในภาพรวมที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนต่าง ๆ โดยเฉพาะราคาพลังงานและค่าขนส่ง กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน จึงจัดโครงการพาณิชย์ลดค่าครองชีพประชาชน “Back To School 2026” (เปิดเทอมใหญ่ สบายกระเป๋า) ภายใต้โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ปกครองและนักเรียนทั่วประเทศ
นายวิทยากร กล่าวว่า สำหรับปีนี้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการรวม 49 ราย ประกอบด้วย ผู้ผลิต 20 ราย ผู้จำหน่าย 17 ราย ผู้ให้บริการ 10 ราย และแพลตฟอร์มออนไลน์ 2 ราย ครอบคลุมสินค้าและบริการจำเป็นด้านการศึกษากว่า 1,000 รายการ โดยจัดกิจกรรมลดราคาตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569 รวมระยะเวลา 32 วัน พร้อมมอบส่วนลดสูงสุดถึง 86% คาดว่าจะสามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนได้ไม่น้อยกว่า 300 ล้านบาท

นายวิทยากร กล่าวว่า นอกจากการจัดกิจกรรม “Back To School 2026” แล้ว กระทรวงพาณิชย์ยังได้ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ เตรียมจัดกิจกรรมลดภาระค่าครองชีพให้กับผู้ปกครองและนักเรียนในโรงเรียนต่าง ๆ กว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ โดยกระทรวงศึกษาธิการจะเป็นผู้คัดเลือกโรงเรียนที่มีความจำเป็นและอยู่ในพื้นที่ขาดแคลน ขณะที่กรมการค้าภายในจะนำสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องแบบนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และเครื่องเขียน ไปจัดจำหน่ายในราคาประหยัด เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง
สำหรับสินค้าที่เข้าร่วมโครงการ ครอบคลุมทั้งเครื่องแบบนักเรียน รองเท้านักเรียน อุปกรณ์การเรียน ผลิตภัณฑ์นม อุปกรณ์สำนักงาน สินค้าไอที รวมถึงบริการด้านการศึกษาและการเรียนรู้ โดยมีส่วนลดหลากหลาย อาทิ เครื่องแบบนักเรียนจากศึกษาภัณฑ์ สมใจนึก วัชรากร สมอ และน้อมจิตต์ รองเท้านักเรียนจาก ADDA อุปกรณ์การเรียนจาก The Mall, B2S, OfficeMate และ SE-ED รวมถึงผลิตภัณฑ์นมจากผู้ผลิตรายใหญ่หลายแบรนด์ เช่น F&N เนสท์เล่ ไฮคิว หนองโพ แลคตาซอย ไทย-เดนมาร์ก ไวตามิลค์ mMILK ดัชมิลล์ และโฟร์โมสต์ ตลอดจนอุปกรณ์สำนักงานและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากดูโฮม เพาเวอร์บาย และโกลบอลเฮ้าส์

ขณะที่กลุ่มบริการ มีโปรโมชั่นลดค่าใช้จ่ายในหลายด้าน เช่น แว่นตาจากท็อปเจริญและแว่นบิวติฟูล แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตจาก True ส่วนลดสูงสุด 68% และสิทธิพิเศษจาก AIS ที่มอบ Alisa AI Premium ฟรี 3 เดือน รวมถึงบริการจัดส่งสินค้าจากไปรษณีย์ไทยในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 30 บาทต่อกิโลกรัม
ด้านสถาบันการเรียนรู้และพัฒนาทักษะ มีผู้ประกอบการร่วมลดราคาหลักสูตรและบริการต่าง ๆ อาทิ OpenDurian ลดสูงสุด 75% We by The Brain ลดสูงสุด 50% Yamaha Music School ลดสูงสุด 20% รวมถึงการทดลองเรียนฟรีและยกเว้นค่าแรกเข้าในหลายหลักสูตร
นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากแพลตฟอร์มออนไลน์ โดย Lazada จัดแคมเปญ Flash Sale ลดสูงสุด 70% และ Shopee มอบส่วนลดเพิ่มเติมผ่านโค้ดพิเศษ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าได้สะดวกในทุกช่องทาง

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถเลือกซื้อสินค้าและใช้บริการภายใต้โครงการ “Back To School 2026” ได้ผ่านห้างสรรพสินค้า ร้านค้าที่ร่วมรายการ ร้านธงฟ้า และแพลตฟอร์มออนไลน์ทั่วประเทศ
อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของโครงการ คือ “คู่มือช็อปคุ้ม ฉบับเปิดเทอมอุ่นใจ (Back To School 2026)” ในรูปแบบ E-Catalog ซึ่งรวบรวมสินค้า โปรโมชั่น และบริการทั้งหมดไว้ในที่เดียว พร้อมจัดหมวดหมู่สินค้าอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมเครื่องแบบนักเรียน อุปกรณ์การเรียน กีฬา อาหารและโภชนาการ เทคโนโลยี ของใช้ส่วนบุคคล และช่องทางการจำหน่าย เพื่อให้ประชาชนสามารถเปรียบเทียบราคา วางแผนการใช้จ่าย และเลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ผ่านช่องทางออนไลน์ของกรมการค้าภายใน
นอกจากการจัดโปรโมชั่นแล้ว กรมการค้าภายในยังขยายการดำเนินงานเชิงรุก โดยการเชื่อมโยงสินค้า ผ่านเครือข่ายร้านธงฟ้าไปยังพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงโรงเรียนและชุมชน เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย สามารถเข้าถึงสินค้าในราคาที่เป็นธรรมได้อย่างทั่วถึง และเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ
นายอานนท์ จิตรมีศิลป์ ผู้ประกอบการชุดนักเรียนน้อมจิตต์ กล่าวว่า ในภาพรวมของผู้ผลิตและผู้ประกอบการชุดเครื่องแบบนักเรียน ปีนี้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงตรึงราคาจำหน่ายไว้ในระดับเดิม โดยเฉพาะสินค้าชุดนักเรียนที่ยังคงราคาเท่ากับปีที่ผ่านมา แม้ต้นทุนในหลายด้านจะปรับตัวสูงขึ้น เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในช่วงเปิดภาคเรียน






















