DITP ชี้เป้าผู้ประกอบการไทย ใช้ช่องทางออนไลน์ CBEC ขายเครื่องสำอางชาวจีน

Mummai Media

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำรวจตลาดและพฤติกรรมการบริโภคเครื่องสำอางของชาวจีน พบมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง คาดมูลค่าแตะ 2.895 ล้านล้านบาทในปี 69 เผยชาวจีนให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ ส่วนผสม และแบรนด์ เน้นซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ ซื้อผ่านช่องทางของแบรนด์ และหน้าร้านค้า ชอบบรรจุภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แนะผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเจาะตลาด ใช้ช่องทางออนไลน์ CBEC เปิดตัว กฎระเบียบไม่เข้ม ได้เว้นภาษี

DITP ชี้เป้าผู้ประกอบการไทย ใช้ช่องทางออนไลน์ CBEC ขายเครื่องสำอางชาวจีน

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่าง ๆ ทำการสำรวจลู่ทางการค้า
และโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ ล่าสุดได้รับรายงานจากนายสกรรจ์ แสนโสภา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ถึงการสำรวจสถานการณ์และพฤติกรรมผู้บริโภคอุตสาหกรรมเครื่องสำอางจีน โอกาสและช่องทางในการส่งออกสินค้าเครื่องสำอางไทยเข้าไปจำหน่าย

DITP ชี้เป้าผู้ประกอบการไทย ใช้ช่องทางออนไลน์ CBEC ขายเครื่องสำอางชาวจีน


โดยทูตพาณิชย์ได้รายงานข้อมูลว่า ปัจจุบันจีนได้กลายเป็นหนึ่งในตลาดหลักสำหรับการบริโภคเครื่องสำอางทั่วโลก แสดงให้เห็นถึงพลังการบริโภคภายในประเทศที่แข็งแกร่งและมีศักยภาพการเติบโตในอนาคต โดยคาดว่า ขนาดตลาดอุตสาหกรรมเครื่องสำอางของจีน จะมีมูลค่าแตะ 5.791 แสนล้านหยวน (ประมาณ 2.895 ล้านล้านบาท) ในปี 2569 เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่มีมูลค่า 4.459 แสนล้านหยวน (ประมาณ 2.229 ล้านล้านบาท)

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคชาวจีนพิจารณาเมื่อซื้อเครื่องสำอาง คือ ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ และแบรนด์ และช่องทางในการซื้อเครื่องสำอางของผู้บริโภคชาวจีน
จะซื้อผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เช่น Taobao และ JD.com เป็นต้น ซึ่งครองสัดส่วนช่องทางยอดนิยมในการซื้อเครื่องสำอางของกลุ่มผู้บริโภคชาวจีนสูงสุด รองลงมาซื้อผ่านช่องทางร้านค้าทางการของแบรนด์ และซื้อผ่านหน้าร้านค้า เช่น Watsons และ The Colorist เป็นต้น ส่วนรูปแบบบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอางที่ผู้บริโภคชาวจีนชื่นชอบ ให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม บรรจุภัณฑ์รูปแบบมินิมอลและทันสมัย
รูปแบบหรูหราและสง่างาม และรูปแบบเรโทรและย้อนยุค

ขณะที่ผลิตภัณฑ์แต่งหน้าที่ผู้บริโภคชาวจีนใช้บ่อยที่สุด คือ ผลิตภัณฑ์สำหรับใบหน้าและลำคอ ตามมาด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับริมฝีปาก ผลิตภัณฑ์สำหรับดวงตา ผลิตภัณฑ์รองพื้น ผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลริมฝีปาก และเครื่องสำอางสำหรับดวงตา โดยเป้าหมายในการใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เพราะต้องการให้ความชุ่มชื้นและบำรุงผิว ต้องการกระชับผิวและทำให้ผิวขาวกระจายใส ลดเลือนจุดด่างดำ และปัญหาที่ต้องการให้แก้ไขมากที่สุด คือ การกล่าวอ้างเกินจริง การโฆษณาชวนเชื่อ คำอธิบายผลิตภัณฑ์ไม่ชัดเจน ผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์อยู่ได้ไม่นาน โดยต้องการให้ผลิตภัณฑ์มีผลลัพธ์ยาวนานขึ้น บริการหลังการขายดีขึ้น
“ตลาดเครื่องสำอางจีนเป็นตลาดที่ใหญ่ มีความต้องการมาก และมีศักยภาพในการเติบโต

แต่เนื่องจากผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่เป็นที่รู้จักและยอมรับมีเป็นจำนวนมากประกอบกับกระแสวัฒนธรรมจีน
ที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ โดยผู้ประกอบการไทยที่ต้องการส่งออกสินค้าเข้ามาจำหน่ายในตลาดจีน
ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อสามารถแข่งขันกับแบรนด์ที่อยู่ในตลาดจีนในปัจจุบันได้

ซึ่งแนวโน้มผู้บริโภคชาวจีนมักเลือกซื้อสินค้าที่มีสรรพคุณให้ความชุ่มชื้นและกระชับผิว ผลลัพธ์คงทน บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเรียบง่ายทันสมัย และมีคำอธิบายบนฉลากอย่างชัดเจน รวมถึงช่องทางที่เป็นที่นิยมในการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคชาวจีนคือช่องทางออนไลน์ (Cross border e-commerce: CBEC) ซึ่งเป็นช่องทางที่เอื้ออำนวยให้ผู้ส่งออกชาวต่างชาติที่ต้องการจำหน่ายสินค้าในประเทศจีน ทั้งกฎระเบียบที่เข้มงวดน้อยลง การติดฉลากหรือการยกเว้นภาษีศุลกากร ซึ่งส่งผลให้มีต้นทุนที่ถูกลง ผู้ประกอบการที่ต้องการนำสินค้าประเภทเครื่องสำอางเข้ามาในตลาดจีน ควรเริ่มเข้ามาจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อให้เป็นที่รู้จักและทดลองตลาดก่อนที่จะขายช่องทางการจำหน่ายอื่น ๆ ทั้งแฟลตฟอร์มของตนเองหรือทางช่องออฟไลน์”
นางสาวสุนันทากล่าว

สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โทร. 1169 หรือเว็บไซต์ www.ditp.go.th และติดตามโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศผ่านแพลตฟอร์ม THAITRADE.COM คิดจะส่งออก นึกถึง DITP


กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
4 พฤษภาคม 2569