“สุภานันท์” ผุดไอเดียใช้ “บล็อกเชน” แก้ส่วยสัญชาติ แนะทำ One Stop Service ออกบัตรคนตกหล่น

Mummai Media

“สุภานันท์ ปัญญาทิพย์” สส.เชียงใหม่ เขต 6 พรรคกล้าธรรม แนะแก้ส่วยสัญชาติ-ปมที่ดิน จี้รัฐเลิกไล่ที่ เปลี่ยน “คนป่า” เป็น “หุ้นส่วนคาร์บอน” ชูบล็อกเชนแก้โกง-คืนสิทธิ 3.9 แสนชีวิต!

"สุภานันท์" ผุดไอเดียใช้ "บล็อกเชน" แก้ส่วยสัญชาติ แนะทำ One Stop Service ออกบัตรคนตกหล่น

วันที่ 8 พ.ค.69 น.ส.สุภานันท์ ปัญญาทิพย์ สส.เชียงใหม่ เขต 6 พรรคกล้าธรรม เปิดเผยว่า ตนได้ลุกขึ้นอภิปรายในระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อรับทราบรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยปี 2568 และรายงานผลการปฏิบัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติประจำปีงบประมาณพ.ศ 2568 เมื่อวันที่ 7 พ.ค.69 ที่อาคารัฐสภาว่า จากสถานการณ์สิทธิมนุษยชนกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองไทยปี 2568 ซึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ มีกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์มากถึง 20% ของจำนวนประชากรทั้งหมดในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เขต 6 ซึ่งประกอบไปด้วยอำเภอพร้าว เชียงดาว เวียงแหงและอำเภอไชยปราการ แม้จะมี พ.ร.บ.คุ้มครองวิถีชีวิตชาติพันธุ์ฯ ออกมาแล้ว แต่ในทางปฏิบัติ ยังมีประชากรบางส่วนที่ตกหล่นจากระบบฐานข้อมูลของรัฐ โดยมีพี่น้องชาติพันธุ์กว่า 390,000 คนทั่วประเทศที่ตกหล่นตรงนี้ กลายเป็นพลเมืองไร้ตัวตน ต้องเผชิญวิบากกรรม 3 ด้านหลักที่กัดกร่อนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

น.ส.สุภานันท์ ระบุว่า ปัญหาแรกคือ “พื้นที่ทำกิน” ที่นโยบายทวงคืนผืนป่าจำกัดสิทธิชาวบ้านไว้เพียง 20 ปี ทั้งที่อยู่มาก่อนประกาศเขตป่า กลายเป็นว่าบรรพบุรุษอยู่มานาน แต่ลูกหลานกลับถูกดำเนินคดีข้อหาบุกรุกป่าพื้นที่บ้านตัวเอง

​ต่อมาคือปัญหา “พลเมืองไร้ตัวตน” แม้จะมีมติ ครม. เร่งรัดเรื่องสัญชาติ แต่หน้างานกลับเต็มไปด้วยการเรียกรับผลประโยชน์ ความสับสนในวิธีปฏิบัติ และมาตรฐานที่ไม่เท่ากันในแต่ละพื้นที่ ทำให้คนเหล่านี้เข้าไม่ถึงสิทธิพื้นฐานใดๆ เลย และที่น่าสลดใจคือ “กลุ่มสตรีชาติพันธุ์” ที่ต้องรับความรุนแรงซ้ำซ้อน ทั้งจากวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ในชุมชน และการเลือกปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่รัฐที่ขาดล่ามภาษาถิ่น จนทำให้เหยื่อไม่กล้าแจ้งความเพราะกลัวถูกอคติซ้ำเติม

"สุภานันท์" ผุดไอเดียใช้ "บล็อกเชน" แก้ส่วยสัญชาติ แนะทำ One Stop Service ออกบัตรคนตกหล่น

สส.สุภานันท์ ได้เสนอเชิงนโยบายว่า ประการแรกคือกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุขต้องเร่งทำคณะทำงานออกบัตรให้แก่กลุ่มคนตกหล่นผ่านจุดบริการ One Stop service

ประการต่อมาให้มีการใช้ decentralize Identity ระบบพิสูจน์ตัวตนบน Blockchain เพื่อให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และตัดโอกาสเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับผลประโยชน์ ช่วยให้พี่น้องชาติพันธุ์เข้าถึงระบบการเงิน (Microfinance) และสาธารณสุขได้ทันที

นอกจากนี้ อยากให้ทำ Value Transformation เปลี่ยนสถานะจาก “ผู้บุกรุก” เป็น “หุ้นส่วนสภาพภูมิอากาศ” ให้สิทธิเจ้าของคาร์บอนเครดิตแก่ชุมชน โดยรายได้จากการขายเครดิตต้องโอนตรงเข้ากองทุนสวัสดิการชุมชน “ไม่ผ่านหน่วยงานรัฐ” เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

อีกทั้งต้องปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมในชุมชนให้สอดคล้องกับหลักมนุษยธรรมสากล โดยเฉพาะการคุ้มครองสตรี

“ดิฉันเห็นว่าสิทธิมนุษยชนสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ คือบทพิสูจน์การเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประเทศนี้ เราต้องลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานที่เป็นรูปธรรมและให้พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ไม่ถูกเลือกปฏิบัติและไม่ถูกจำกัดสิทธิ์” น.ส.สุภานันท์ กล่าว.

"สุภานันท์" ผุดไอเดียใช้ "บล็อกเชน" แก้ส่วยสัญชาติ แนะทำ One Stop Service ออกบัตรคนตกหล่น