“สัมฤทธิ์” วอนชาวไร่อย่าตื่นตูม! ครม.ยืดนำเข้าข้าวโพด ลั่นแค่ใช้กรอบเวลาเดิม การันตีราคาปีนี้ยังพุ่งทะยาน

Mummai Media

ประธาน กมธ.พาณิชย์ฯ สส. ออกโรงเคลียร์ชัด ไม่ได้ขยายเวลาเอื้อใคร ย้ำไทยผลิตไม่พอป้อนโรงงาน หวั่นเกษตรกรเข้าใจผิดแห่ทิ้งไร่ไปปลูกอ้อยจนล้นตลาด ท้าชนปีไหนผลผลิตมาไว พร้อมไฟต์หั่นเวลานำเข้าทันที!

"สัมฤทธิ์" วอนชาวไร่อย่าตื่นตูม! ครม.ยืดนำเข้าข้าวโพด ลั่นแค่ใช้กรอบเวลาเดิม การันตีราคาปีนี้ยังพุ่งทะยาน

วันที่ 20 มิถุนายน 2569 นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติขยายเวลาการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน จากวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เป็น 31 สิงหาคม 2569 ว่า ตนขอพูดข้อเท็จจริงเพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์คลายความกังวลใจ ตั้งแต่ปี 2554

ประเทศไทยมีการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) เพื่อมาใช้ทดแทนผลผลิตภายในประเทศที่เราผลิตได้ประมาณ 5 ล้านตัน/ปี แต่โรงงานอาหารสัตว์ต้องการใช้ประมาณ 9 ล้านตัน/ปี โดยรัฐบาลกำหนดให้เอกชนนำเข้าได้ในช่วงเวลาที่ไม่มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตภายในประเทศ คือ 1 กุมภาพันธ์ – 31 สิงหาคม ของทุกปี แต่จะต้องซื้อข้าวโพดภายในประเทศจากเกษตรกรให้หมดก่อน ซึ่งได้ปฏิบัติกันมามากกว่า 10 ปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจะนำเข้ามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับราคา และความต้องการของโรงงานอาหารสัตว์

นายสัมฤทธิ์ กล่าวว่า แต่ในช่วงกลางปี 2568 ที่ผ่านมาแนวโน้มราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตกต่ำ เพราะมีการคาดการณ์ผลผลิตน่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ตนเป็นหนึ่งคนที่ห่วงใยเรื่องนี้ ได้เสนอต่อที่ประชุมหลายคณะ และเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์หลายครั้ง เสนอให้รัฐบาลใช้มาตรการต่างๆ มาช่วยเหลือเกษตรกร 1 ในนั้นตนได้เสนอให้ลดเวลาการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านให้สิ้นสุดเพียง 30 มิถุนายน 69 เพื่อกดดันให้โรงงานอาหารสัตว์ซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในราคาที่สูงขึ้น มีคำถามในที่ประชุมว่า หากลดเวลานำเข้าแล้วข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ไม่เพียงพอกับความต้องการใช้จะแก้ปัญหาอย่างไร ที่ประชุมสรุปว่า หากปีใดไม่พอใช้จริงๆ ก็ขยายเวลาให้นำเข้าได้แต่ต้องไม่เกิน 31 สิงหาคม ซึ่งเป็นกรอบเวลาเดิม และจะต้องไม่กระทบกับผลผลิตใหม่ที่จะเก็บเกี่ยว

ประธาน กมธ.การพาณิชย์ฯ กล่าวว่า ปีนี้คาดว่า ผลผลิตภายในประเทศจะเริ่มเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนกันยายนหรือตุลาคม เพราะการเพาะปลูกล่าช้า เนื่องจากสภาพภูมิอากาศและต้นทุนการผลิตของเกษตรกรสูงขึ้น ดังนั้น การอนุญาตให้นำเข้าถึง 31 สิงหาคม 2569 จึงเป็นไปตามกรอบเวลาเดิมที่ปฏิบัติกันมา ตั้งแต่ปี 2554 ตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ไม่ได้ขยายเวลาเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด หากปีใดมีการเพาะปลูกเร็วขึ้น มีการเก็บเกี่ยวผลผลิตเร็วขึ้น ตนในฐานะประธาน กมธ.การพาณิชย์ฯ จะต่อสู้ และเสนอให้รัฐบาลลดเวลาการนำเข้า เพื่อรักษาประโยชน์ให้กับเกษตรกรอย่างแน่นอน

“ยืนยันว่า ผมไม่ได้แก้ต่างหรือเข้าข้างใคร แต่อยากให้เกษตรกรได้รับทราบข้อเท็จจริง เพราะหากมีการเข้าใจผิด อาจจะส่งผลต่อการตัดสินใจของเกษตรกรว่า ใน 1-2 เดือนข้างหน้า พวกเขาจะเลือกเพาะปลูกอะไร หากหันไปปลูกพืชชนิดอื่น เช่น อ้อย และผลผลิตเพิ่มขึ้นสัก 10% จะทำให้ล้นโรงงานและมีผลต่อราคา ซึ่งปัจจุบันการเพาะปลูกพืชชนิดต่างๆ มีความสมดุลอยู่แล้ว ซึ่งในส่วนตัวผมคิดว่า ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปีนี้อยู่ในเกณฑ์ดี เพราะดูจากข้าวสาลีในตลาดโลกหากเอกชนสั่งซื้อวันนี้ราคาสูง ประมาณ 10 บาทต่อกิโลกรัม” นายสัมฤทธิ์ กล่าว.

"สัมฤทธิ์" วอนชาวไร่อย่าตื่นตูม! ครม.ยืดนำเข้าข้าวโพด ลั่นแค่ใช้กรอบเวลาเดิม การันตีราคาปีนี้ยังพุ่งทะยาน
น.ส.สุภานันท์ ปัญญาทิพย์ โฆษกกมธ.การพาณิชย์ สส.