กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จับมือ มูลนิธิสถาบันการสร้างชาติ ร่วมลงนาม MOU พัฒนาผู้นำองค์กร ขับเคลื่อน Blue Economy และองค์กรสุขสภาพ สู่การอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน

กรุงเทพฯ 26 มิถุนายน 2569 – กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) และมูลนิธิสถาบันการสร้างชาติ (Nation-Building Institute : NBI) ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) เพื่อยกระดับศักยภาพผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรของกรมฯ ให้เป็น “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” (Change Maker) ที่มีทั้งภาวะผู้นำ ความสามารถในการบริหารจัดการ และคุณธรรม พร้อมขับเคลื่อนการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy) อย่างยั่งยืน
พิธีลงนามจัดขึ้น ณ สถาบันการสร้างชาติ โดยมี คุณอุกกฤต สตภูมินทร์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ผู้แทน ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานมูลนิธิสถาบันการสร้างชาติ ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ ท่ามกลางผู้บริหารของทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นพยาน อาทิ คุณพงษ์พันธุ์ กิจไพบูลย์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรม และคุณพูลศรี จันทร์คลี ผู้อำนวยการส่วนแผนบริหารจัดการชายฝั่ง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรภาครัฐให้มีความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ ผ่านการเสริมสร้าง Leadership, Management และ Ethics ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่สามารถบูรณาการองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม การพัฒนาทุนมนุษย์ และการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อยกระดับการดำเนินงานขององค์กรให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน
ภายใต้บันทึกความเข้าใจ ทั้งสองหน่วยงานจะร่วมกันออกแบบและพัฒนาหลักสูตรผู้บริหาร โครงการ และกิจกรรมด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ การจัดการสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืน ตลอดจนสนับสนุนการแลกเปลี่ยนวิทยากร ผู้เชี่ยวชาญ และองค์ความรู้ รวมถึงการสร้างเครือข่ายผู้นำด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในระดับประเทศ
นอกจากนี้ ยังจะร่วมดำเนินโครงการ Corporate Nation-Building (CNB) และ Wellness Corporate Nation-Building (WCNB) เพื่อยกระดับองค์กรสู่การเป็น “องค์กรสร้างชาติ” และ “องค์กรสุขสภาพ” ที่ให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาล สุขภาวะองค์รวมของบุคลากร และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง อันจะนำไปสู่การพัฒนาองค์กรภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ยังสะท้อนเจตนารมณ์ร่วมของทั้งสองหน่วยงานในการสนับสนุนการขับเคลื่อน Blue Economy ซึ่งมุ่งสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลอย่างรู้คุณค่า และการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศบนพื้นฐานของความยั่งยืน
ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวมีระยะเวลา 3 ปี โดยคาดว่าจะก่อให้เกิดการพัฒนาผู้นำภาครัฐรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์ มีคุณธรรม และมีความสามารถในการขับเคลื่อนนโยบายด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน























