กรมทรัพย์สินทางปัญญา เชิญคนไทยร่วมฉลอง “วันมะม่วงแห่งชาติ” 22 ก.ค. 2569 สนับสนุนและเลือกซื้อ “มะม่วง GI” ผลไม้อัตลักษณ์คุณภาพ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1 พันล้านบาท
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า การส่งเสริมสินค้า GIเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของกรมฯ ในการนำทรัพย์สินทางปัญญามาเป็นเครื่องมือยกระดับสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยสอดคล้องกับนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้สินค้าไทย และผลักดันสินค้าอัตลักษณ์ที่มีศักยภาพเข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งนี้ “มะม่วง GI ไทย” ถือเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการใช้ระบบ GI ในการสร้างความแตกต่างให้กับสินค้า เพิ่มความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค ขยายโอกาสทางการตลาด และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการในท้องถิ่น ปัจจุบันประเทศไทยมีมะม่วง GI 13 รายการ จาก 9 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ ภาคเหนือ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก ภาคกลาง มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้า (ฉะเชิงเทรา) มะม่วงเขียวเสวยแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) มะม่วงขายตึกแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) มะม่วงแรดแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) มะม่วงยายกล่ำนนทบุรี มะม่วงน้ำดอกไม้คุ้งบางกะเจ้า (สมุทรปราการ) มะม่วงน้ำดอกไม้สมุทรปราการ มะม่วงมันหนองแซงสระบุรี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านแฮดขอนแก่น มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านโหล่น (ชัยภูมิ) ภาคตะวันออก มะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้ว และภาคใต้ มะม่วงเบาสงขลา ซึ่งล้วนเป็นผลไม้เศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูงทั้งการบริโภคในประเทศและการส่งออก

นอกจากนี้ ยังมีสินค้ามะม่วงอีก 3 รายการ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคำขอขึ้นทะเบียน GI ได้แก่ มะม่วงน้ำดอกไม้ราชบุรี มะม่วงน้ำดอกไม้หนองวัวซอ (อุดรธานี) และมะม่วงบ้านมาบเหียงปราจีน สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของเกษตรกรและชุมชนในการนำระบบ GI มาใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้าเกษตรท้องถิ่น
นางอรมน กล่าวว่า มะม่วง GI ไทยในแต่ละพื้นที่ต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เกิดจากปัจจัยด้านภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และภูมิปัญญาการผลิตของเกษตรกรในท้องถิ่น ส่งผลให้มะม่วง GI มีคุณลักษณะโดดเด่นทั้งในด้านรสชาติ คุณภาพ และมาตรฐานการผลิต ซึ่งไม่เพียงช่วยสร้างความแตกต่างจากสินค้าทั่วไป แต่ยังเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดที่มีกำลังซื้อสูงทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสินค้าเกษตรคุณภาพและสินค้ามีเรื่องราวเชื่อมโยงกับแหล่งกำเนิด อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่ม พัฒนากระบวนการผลิต และบริหารจัดการสินค้าอย่างมีมาตรฐาน นำไปสู่การสร้างรายได้และเสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจท้องถิ่นในระยะยาว
สำหรับ 5 อันดับมะม่วง GI ที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงสุดในปี 2568 ได้แก่ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก 767.18 ล้านบาท มะม่วงน้ำดอกไม้สระแก้ว 171.15 ล้านบาท มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบ้านโหล่น (ชัยภูมิ) 33.311 ล้านบาท มะม่วงขายตึกแปดริ้ว 10.436 ล้านบาท และ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา มูลค่ากว่า 7.2 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของสินค้า GI ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากอัตลักษณ์ คุณภาพ และมาตรฐานการผลิต ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับสินค้าเกษตรไทย

กรมฯ ยังคงเดินหน้าส่งเสริมสินค้า GI ไทยอย่างครบวงจร ตั้งแต่การยกระดับระบบควบคุมคุณภาพ การพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ไปจนถึงการขยายช่องทางตลาดผ่านกิจกรรมและงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการเชื่อมโยงสินค้ากับห้างสรรพสินค้าและโมเดิร์นเทรดชั้นนำ ตลอดจนสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการ GIนอกจากนี้ กรมฯ ยังให้ความสำคัญกับการต่อยอดสินค้า GI สู่ผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มและตอบโจทย์ตลาดผู้บริโภคกลุ่มใหม่ โดยสนับสนุนการแปรรูปผลิตภัณฑ์และใช้มะม่วง GI เป็นวัตถุดิบในเมนูสร้างสรรค์ อาทิ เครื่องดื่ม ขนมหวาน ผลไม้อบแห้ง ไอศกรีม ซอส และผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการบริโภค เชื่อมโยงกับธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ พร้อมสร้างรายได้ในมิติต่างๆ อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ในโอกาสวันมะม่วงแห่งชาติ กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมสนับสนุน “มะม่วง GI” และเลือกซื้อสินค้าที่มีตราสัญลักษณ์ GI ไทย เพื่อส่งเสริมเกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่น พร้อมส่งต่ออัตลักษณ์สินค้าเกษตรไทยสู่โอกาสทางการค้าใหม่ๆ สร้างรายได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน และร่วมผลักดันมะม่วงไทยให้เป็นสินค้าเกษตรคุณภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล






















