‘ผู้กองธรรมนัส’ ลุยหาเสียงพะเยา ชูรักบ้านเกิด เดินหน้าพัฒนาต่อ

‘ผู้กองธรรมนัส’ ลุยหาเสียงพะเยา ชาวอำเภอแม่ใจ ดอกคำใต้ และภูกามยาว แห่ให้กำลังใจเนืองแน่น ชู รักบ้านเกิด พร้อมเดินหน้าพัฒนาต่อเนื่อง ทั้งโครงสร้างพื้นฐานและสนามบินพะเยา แก้ปัญหาแหล่งน้ำและสิทธิทำกิน ขออย่าลืม 14 พฤษภาฯ นี้ บัตรสีม่วงกาเบอร์ 6 บัตรสีเขียวกาเบอร์ 37

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2566 เวลา 06.00 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จังหวัดพะเยา เบอร์ 6 พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ในฐานะประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคเหนือ พร้อมทีมงานผู้ช่วยหาเสียง ไปพบปะทักทาย พ่อค้า แม่ค้า และพี่น้องประชาชนทั่วไปที่ตลาดสดตำบลป่าแฝก อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ซึ่งได้รับการต้อนรับจากพ่อค้าแม่ค้า และพี่น้องประชาชน รวมถึงบรรดาแม่บ้าน อสม.และผู้นำท้องที่ท้องถิ่น มาให้กำลังใจและมอบพวงมาลัยเป็นจำนวนมาก พร้อมส่งเสียงเชียร์ “ผู้กองธรรมนัส สู้สู้” ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก

โดย ร.อ.ธรรมนัส ได้กล่าวทักทายกับพ่อค้า แม่ค้า และประชาชน ที่มาจับจ่ายซื้อของในตลาดสดตำบลป่าแฝก ช่วงหนึ่งว่า วันนี้มาขอขอบคุณทุกท่านที่เมื่อ 4 ปีที่แล้วได้เลือกตนเข้าไปเป็นผู้แทนของพวกท่าน ไปนั่งในสภาผู้แทนราษฎรและยังได้รับความไว้วางใจให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา พ่อแม่พี่น้องชาวอำเภอแม่ใจ คงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองเรา ทั้ง 6 ตำบล 66 หมู่บ้าน ว่ามีความเปลี่ยนแปลงพัฒนาจากเดิมไปอย่างไรบ้าง โดยเรื่องของการพัฒนาแหล่งน้ำคือหนองเล็งทราย นั้นแตกต่างจากเดิมเมื่อตนเองยังเป็นเด็ก เรียนอยู่โรงเรียนแม่ใจวิทยาคม จนกลับมาอีกครั้งก่อนเล่นการเมืองเป็นอย่างไรก็รู้กันอยู่ แต่พอตนเข้าไปเป็นผู้แทนช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เราสามารถผลักดันงบประมาณมาพัฒนาแหล่งน้ำหนองเล็งทรายนี้ ที่เป็นหัวใจของชาวบ้าน ทุกหมู่บ้านทุกตำบล และยังส่งอานิสงส์ไปถึงตำบลอื่นๆ ของอำเภอพาน อีกด้วย”

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปริมาณน้ำในหนองเล็งทรายทุกวันนี้มีปริมาณมาก แต่จะต้องผลักดันและดูแลพัฒนาต่อไป เพราะต่อไปเพราะน้ำคือชีวิต ถ้าไม่มีน้ำก็จะมีปัญหาได้ ที่สำคัญคือระบบกระจายน้ำสู่พื้นที่เกษตร ที่จะต้องผลักดันให้ทั่วถึงต่อไป ซึ่งตนเองได้มอบหมาบให้ผู้นำท้องที่ท้องถิ่น เสนอแผนงานเข้ามาให้พิจารณา และส่งต่อหน่วยงานเกี่ยวข้องดำเนินการต่อไปเพื่อให้ระบบน้ำ รวมถึงอ่างเก็บน้ำต่างๆ มีปริมาณเพียงพอใช้อย่างเต็มที่

นอกจากนี้ ยังมีสิ่งดีที่จำเป็นต้องผลักดันคือ ท่านที่มีสิทธิที่ดินเป็น ส.ป.ก. ก็มีนโยบายผลักดันสำคัญ และกำหนดจะทำทันทีหลังจากจัดตั้งรัฐบาลคือ การเปลี่ยน ส.ป.ก เป็นโฉนด ส่วนใครที่ทำกินอยู่ในที่ ที่ได้รับอนุญาตเช่นป่าหรืออุทยานแห่งชาติ ก็จะเปลี่ยนเป็น ส.ป.ก.4-01 ขอให้คอยติดตามความเป็นรูปธรรม ซึ่งจะทำทีนทีหลังเป็นรัฐบาล“พ่อแม่พี่น้องครับ มีหลายสิ่งหลายอย่างและนโยบายสำคัญที่จะทำครับ ผมเติบโตมาจากอำเมืองพะเยา และอำเภอแม่ใจ มีความผูกพันในพื้นที่เขต 1 อย่างมาก พ่อแม่พี่น้องก็เห็นว่าผมรักบ้านเกิดของผมมาก และทำงานมาตลอดช่วงเป็นผู้แทน 4 ปี และจะทำเพื่อบ้านเมืองเราต่อไป เราจะมีสนามบินที่จังหวัดพะเยา ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในปี 2567 ด้วย ดังนั้นในวันที่ 14 พฤษภา เดือนหน้านี้ ขอฝากพ่อแม่พี่น้องทุกท่านว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ก็ต้องออกไปใช้สิทธ์กัน แม้ไม่ชอบการเมือง แต่การเมืองเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ต้องอยู่กับมัน ฉะนั้นก็ต้องไปเลือกคนที่ได้ใช้ ได้เกิดประโยชน์กับบ้านกับเมืองเรา ดังนั้นวันที่ 14 พฤษภา บัตรสีม่วงกาเบอร์ 6 บัตรสีเขียวกาเบอร์ 37 เพื่อเข้าไปเป็นรัฐบาลครับ”

นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ว่า เรื่องสำคัญที่ได้พูดคุยกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดพะเยา คือการพัฒนาแหล่งน้ำ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องทำต่อเนื่องจากสี่ปีที่ผ่านมา รวมถึงโครงการสร้างสนามบินพะเยา และเรื่องสิทธิทำกิน การพัฒนาอาชีพต่างๆ ส่วนเรื่องเร่งด่วนที่ต้องแก้ปัญหาสำหรับภาพรวมภาคเหนือ 8 จังหวัดคือการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งทวีความรุนแรงจากปีก่อนมาก ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติ ว่าเราจะต้องแก้ปัญหาอย่างไร เมื่อถามว่ามีการตั้งความหวังผลการเลือกตั้งจังหวัดพะเยาอย่างไร

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ในส่วนเขต 1 ของตนเองมั่นใจไม่น่ามีปัญหา ส่วนเขต 2 และเขต 3 เมื่อวานก็ลงพื้นที่ไปพบปะปราศรัยหาเสียงกับพ่อแม่พี่น้อง ซึ่งวันนี้ก็จะไปต่อที่อำเภอดอกคำใต้ และภูกามยาว จึงมั่นใจว่าจะได้รับชัยชนะเช่นกัน ทั้งนี้ ในวันที่ 22 เมษายน ตนเองจะไปช่วยปราศรัยหาเสียงที่จังหวัดนครราชสีมา หลังจากนั้นจะกลับมาช่วยปราศรัยหาเสียงทางภาคเหนือ ทั้งเชียงใหม่ เชียงราย และพะเยา จึงขอฝากประชาชนทั้ง 77 จังหวัด ว่า วันที่ 14 พฤษภาคม นี้ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเลือกผู้แทนของท่านไปเป็นปากเสียงแทนในสภาผู้แทนราษฎรผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อจากนั้น เวลา 09.00-12.00 น. ร.อ.ธรรมนัส พร้อมด้วยนายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะกรรมการบริหารพรรค นายจีรเดช ศรีวิราช ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 เบอร์ 6 และนายอนุรัตน์ ตันบรรจง ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 เบอร์ 6 ได้ลงพื้นที่ไปปราศรัยหาเสียงที่หอประชุมเทศบาลดอกคำใต้ ต.ดอนศรีชุม อำเภอดอกคำใต้ มีประชาชนในพื้นที่มาให้กำลังใจและร่วมรับฟังนโยบายของพรรคฯ เป็นจำนวนมากเวลา 13.00 น.-16.00 น. ร.อ.ธรรมนัส นำคณะเดินทางไปปราศรัยหาเสียง ณ หอประชุมโรงเรียนดงเจนวิทยาคม อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา ซึ่งพบมีประชาชนในพื้นที่ มาให้ต้อนรับและกำลังใจอย่างล้นหลาม ซึ่งร.อ.ธรรมนัส ได้ขอบคุณพ่อแม่พี่น้องทุกท่านที่มาพบปะและรับฟังนโยบายสำคัญ ทั้งการสานต่อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งจะเพิ่มเป็น 700 บาท ดูแลผู้สูงอายุซึ่งเป็นบุคคลที่มีคุณค่า และเป็นผู้ที่ทำประโยชน์ต่อบ้านเมืองมาอย่างยาวนาน โดยการเพิ่มเบี้ยยังชีพแบบขั้นบันได ตั้งแต่อายุ 60 ปี เพิ่มเป็นจำนวน 3,000 บาทต่อเดือน อายุ 70 ปี ขึ้นไป เพิ่มเป็นจำนวน 4,000 บาทต่อเดือน และอายุ 80 ปีขึ้นไป เพิ่มเป็นจำนวน 5,000 บาทต่อเดือน และยังจะดูแลประชาชนทุกช่วงวัย

นอกจากนี้ ยังผลักดันแก้ปัญหาที่ดินทำกินทันทีที่เป็นรัฐบาล เพื่อสานต่องานจากเมื่อครั้งตนเองเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ นั่นคือ การแก้ปัญหาที่ดินทำกิน เปลี่ยนส.ป.ก.เป็นโฉนด และ ค.ท.ช.เปลี่ยนเป็นส.ป.ก. ตามเป้าหมาย “มีเรา ไม่มีแล้ง มีน้ำ ไม่มีจน” ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นประโยชน์และสามารถดำเนินการให้สำร็จเป็นรูปธรรมแน่นอน ทั้งนี้หลังเสร็จสิ้นการปราศรัย ร.อ.ธรรมนัส และคณะยังได้ร่วมถ่ายภาพกับประชาชนที่มาให้กำลังใจอย่างเป็นกันเอง

ฮอนด้า แอคคอร์ด

ที่สุดแห่งเทคโนโลยีการขับเคลื่อนระดับพรีเมียม