กมธ.สิ่งแวดล้อม วุฒิสภา สวดยับโครงการผี “ทำแนวเขตป่า” สูญเปล่า-เงินกองทุนเกลี้ยง!

วันที่ 4 ก.พ.69 นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อม วุฒิสภา เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผอ.สำนักอุทยานฯ ร้องกมธ.ให้ตรวจสอบการเบิก-จ่ายเงินในกองทุนสิ่งเเวดล้อม”กว่า 2 พันล้านบาท ไปใช้ในโครงการเร่งด่วนเพื่อจัดทำเเนวเขตพื้นที่ป่า ระหว่างปี 2552-2554 ว่า เมื่อวันที่ 3 ก.พ.69 ตนได้เป็นประธานประชุมเพื่อพิจารณาร่วมกับ 3 หน่วยงานหลักคือ กรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ เเละกรมทรัพยากรทางทะเลเเละชายฝั่ง กรมสอบสวนคดีพิเศษ” เเละ”สำนักงาน ป.ป.ช.” เข้ามาชี้เเจงข้อเท็จจริง กรณีเป็นหน่วยงานที่เคยรับเรื่องไว้ตรวจสอบเมื่อกว่า 10 ปีเเล้ว เเต่ไม่มีความคืบหน้า ส่วนสตง.ที่เคยตรวจสอบโครงการนี้อ้างติดภารกิจมาไม่ได้

ด้านนายดำรงค์ พิเดช อดีตอธิบดีกรมอุทยานฯ ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในกรรมการตรวจรับ ชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวเริ่มดำเนินการตั้งเเต่ปี 2552-2554 เป็นโครงการที่มีผลผูกพันต่อเนื่องมาจากนายจตุพร บุรุษพัฒน์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยาน โดยหลังจากตนได้เข้ามารับตำเเหน่ง กรมอุทยานฯ ตรวจพบความไม่ชอบมากล จึงทำหนังสือเวียนไปสอบถามหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ “รู้หรือไม่ว่าทางกระทรวงฯ มีโครงการเร่งด่วนจัดทำเเนวเขตป่าไม้ ผลสรุปคือ”ไม่มีใครรู้”
จากนั้นก็พยายามทักท้วง-ไม่เห็นด้วย จนกระทั่งถูกย้าย ต่อมาก็ทราบว่าหมุดเเนวเขตป่าไม้ที่ตั้งงบประมาณสูงถึงกว่า 2.2 พันล้านบาท ตรวจสอบพบว่าโครงการดังกล่าวจนถึงวันนี้ยังทำได้ไม่ถึงครึ่ง กระทั่งปี 2557 จึงตัดสินใจนำเรื่องนี้ไปยื่นต่อ”กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ” เเต่เรื่องก็เงียบหายไป
“ตั้งแต่ผมมารับตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานฯ มีการเบิกเงินมาแล้วเป็นงวดที่ 4 ผมมาเป็นอธิบดีกรมอุทยานก็ความแตก บริษัทก็ส่งหนังสือมาถึงผมให้ผมเบิก เงิน ผมบอกเฮ้ยผมไม่เบิกหรอก ไม่เบิกไม่พอผมจะยื่นให้ DSI ด้วย เพราะผมรู้เบื้องลึกเบื้องหลังดีที่สุดในนั้น จุดประสงค์โครงการนี้คือการเข้าไปแก้ปัญหาราษฎรบุกรุกที่ดินป่าสงวน แต่นี่ไปทำภูเก็ตก่อน ไปทำที่จันทบุรีในสนามกอล์ฟก่อน และไปทำเชียงใหม่ก่อน เอาของดีๆที่มีปัญหาสนามกอล์ฟต่างๆ เอามาทำ แล้วเงิน 2,000 กว่าล้านบาท ไปอยู่ที่ไหน” นายดำรงค์กล่าว
ด้านนายชัยวัฒน์ กล่าวว่า โครงการนี้ใช้เงินจากกองทุนสิ่งเเวดล้อมจำนวนมหาศาล เเต่ผลลัพธ์ที่ได้คือไม่เป็นรูปธรรม เเละมองว่าไม่คุ้มค่ากับเงินงบประมาณที่เสียไป
“ผมเป็นหัวหน้าอุทยานแก่งกระจานแห่งชาติตั้งแต่ปี 2551-2557 โครงการนี้เริ่มในปี 2552 ผมอยู่อุทยานแก่งกระจานไม่มีบุคคลใดหรือหน่วยงานใด หรือที่ปรึกษาคนใด ลงไปในพื้นที่แม้แต่สักครั้งเดียว กระทั่งผมเติบโตจนมาเป็นผู้อำนวยการสำนักอุทยาน ผมก็ไม่เคยหยิบโครงการนี้มาใช้เลย” นายชัยวัฒน์ กล่าว

นอกจากนี้นายชัยวัฒน์ ยังระบุว่า การเบิกจ่ายเเละตรวจรับงาน มีทั้งหมด 10 งวด เเต่งวดท้าย ๆ กลับปรากฏชื่อคนตรวจรับไม่ใช่ระดับอธิบดี เเต่เป็นผู้อำนวยการสำนัก ซึ่งไม่สามารถตรวจรับหรือเซ็นเบิกจ่ายเงินเป็นร้อยล้านได้ ที่น่าสนใจก็คือ งวดที่ 9 กับงวดที่ 10 ห่างกันราว 2 ปี คือวันที่ 29 ธันวาคมปี 2554 และ วันที่ 18 กันยายนปี 2555 เเต่ทำไมถึงเบิกจ่ายวันเดียวกันคือ 21 มกราคม 2556 รวมเกือบ 500 ล้านบาท ซึ่งเป็นข้อพิรุธที่ต้องชี้ให้เห็นเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ทางคณะกรรมาธิการเห็นควรให้สำนักงานตรวจเงินเเผ่นดิน หรือสตง. เข้ามาให้ข้อมูลเเละชี้เเจ้งข้อเท็จจริงในสัปดาห์หน้า เพราะสตง. เคยมีมติเเละมีรายงานผลการตรวจสอบมาเเล้ว ยืนยันว่า เรื่องนี้สำคัญเพราะเกี่ยวโยงกับเงินกองทุนสิ่งเเวดล้อม ที่ควรจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เเต่เมื่อมีผู้ร้องว่าไม่คุ้มค่า เเละไม่เกิดประโยชน์ จึงต้องตามต่อเพื่อให้ได้คำตอบว่า เงินทั้งหมดถูกใช้ทำอะไรบ้าง เเละใครบ้างต้องมีส่วนรับผิดชอบ เเละต้องหาเงินกว่า 2.2 พันล้านบาท มาคืนให้กองทุนสิ่งเเวดล้อม ซึ่งทราบว่าขณะนี้ เหลือเงินอยู่ในกองทุนไม่ถึง 150 ล้าน
























