นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่และศูนย์ชั่งตวงวัดภาคเหนือ (เชียงใหม่) เมื่อวันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดหอมหัวใหญ่ พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากเกษตรกรและผู้ประกอบการรับซื้อ ว่า ขณะนี้เกษตรกรได้รับผลกระทบจากปริมาณผลผลิตที่ทยอยออกสู่ตลาดจำนวนมากในช่วงกลางเดือนก.พ.ต่อเนื่องถึงเดือนมี.ค ส่งผลให้ราคามีแนวโน้มปรับตัวลดลง

ขณะเดียวกัน เกษตรกรได้สะท้อนข้อกังวลเกี่ยวกับการนำเข้าหอมหัวใหญ่จากต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา โดยเฉพาะกรณีการสำแดงราคานำเข้าที่ต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งแม้จะมีการชำระภาษี แต่ยังสามารถแข่งขันด้านราคากับผลผลิตภายในประเทศได้ ส่งผลกระทบต่อกลไกราคาและทำให้ราคาหอมหัวใหญ่ในประเทศปรับตัวลดลงในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก
ทั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว กรมการค้าภายในได้ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่และผู้ประกอบการในพื้นที่ เร่งดำเนินโครงการรับซื้อและกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิตในราคานำตลาด เป้าหมาย 1,000 ตัน โดยผู้ประกอบการจะรับซื้อในราคานำตลาดในช่วงวันที่ 21–28 ก.พ. 2569 นอกจากนี้ ยังเตรียมดำเนินมาตรการอื่นๆ ที่เหมาะสมเพิ่มเติมอีกในช่วงต้นเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมากที่สุด โดยยึดหลักราคานำตลาดและผลประโยชน์ของเกษตรกรเช่นเดียวกัน

นายจิรวุฒิ กล่าวว่า นอกจากมาตรการกระจายหอมหัวใหญ่ในราคานำตลาดแล้ว กรมการค้าภายในยังได้เดินหน้ามาตรการบริหารจัดการหอมหัวใหญ่อีก 5 แนวทางควบคู่กัน เพื่อดูแลเสถียรภาพตลาดอย่างเป็นระบบ ได้แก่ ทำตลาดล่วงหน้าผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับผู้ประกอบการ รับซื้อหอมหัวใหญ่รวม 6,700 ตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 80 ล้านบาท เพื่อสร้างความมั่นใจด้านตลาดรองรับผลผลิตให้แก่เกษตรกร สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดที่ไม่ได้เป็นแหล่งผลิต รับออเดอร์และช่วยกระจายสินค้าสู่พื้นที่ต่าง ๆ โดยเน้นการบรรจุถุงขนาด 1, 2 และ 5 กิโลกรัม เพื่อเพิ่มความสะดวกในการจำหน่าย
รวมทั้งขอความร่วมมือส่วนราชการและ 20 อำเภอที่ไม่ได้เป็นแหล่งผลิต ร่วมรณรงค์อุดหนุนผลผลิตจากพื้นที่เพาะปลูกในจังหวัด และจัดพื้นที่จำหน่ายโดยตรงให้กลุ่มเกษตรกรนำผลผลิตมาจำหน่ายที่ศาลากลางจังหวัด สถานที่ราชการต่าง ๆ และงานธงฟ้า ซึ่งในวันที่ 19 – 21 ก.พ.นี้ กรมฯ จะนำหอมหัวใหญ่จากจังหวัดเชียงใหม่ไปจำหน่ายในงานมหกรรมธงฟ้าเยียวยาลดค่าครองชีพ จังหวัดสระแก้ว บริเวณตลาดรถไฟ อำเภออรัญประเทศ และ 5) ประสานงานผ่านทูตพาณิชย์ ณ กรุงโตเกียว เพื่อผลักดันการส่งออกไปยังตลาดญี่ปุ่น ขยายช่องทางการระบายผลผลิตในภาพรวมอีกทางหนึ่ง
“กรมการค้าภายในได้เพิ่มความเข้มงวดกำกับดูแลการนำเข้าและการขนย้ายหอมหัวใหญ่ โดยประสานกรมศุลกากรและหน่วยงานความมั่นคง สกัดการลักลอบนำเข้าและการสวมสิทธิ์ โดยผู้นำเข้าหอมหัวใหญ่ต้องขออนุญาตและแจ้งรายละเอียดให้ครบถ้วน เพื่อให้ตรวจสอบเส้นทางสินค้าได้”นายจิรวุฒิ กล่าว

ปัจจุบันราคาหอมหัวใหญ่คละ (เบอร์ 0–3) ที่เกษตรกรจังหวัดเชียงใหม่จำหน่ายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 5–6 บาทต่อกิโลกรัม ลดลงจากช่วงต้นฤดูกาลเมื่อต้นเดือนก.พ..ที่เคยอยู่ที่ประมาณ 13 บาทต่อกิโลกรัม ในส่วนของราคาซื้อขายในตลาดกรุงเทพฯ สำหรับหอมหัวใหญ่ (เบอร์ 0–1) ราคาขายส่งเฉลี่ยอยู่ที่ 22.50 บาทต่อกิโลกรัม และราคาขายปลีกเฉลี่ยอยู่ที่ 37.50 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งอยู่ในระดับเท่ากันกับช่วงเดียวกันของปีก่อนทั้งในระดับขายส่งและขายปลีก
ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่เป็นแหล่งปลูกหอมหัวใหญ่รายใหญ่ คิดเป็นเกือบ 70% ของประเทศ มีพื้นที่เพาะปลูก 5,130 ไร่ ผลผลิตภาพรวมจังหวัดเชียงใหม่มีทั้งหมดประมาณ 25,000 ตัน ขณะนี้อยู่ในช่วงต้นฤดู อำเภอแม่วาง และสันป่าตองออกก่อนเป็นพื้นที่แรก โดยออกไปแล้ว 30% และคาดว่าจะสิ้นสุดฤดูกาลในสิ้นเดือนมี.ค.





















