“สว.ชีวะภาพ” ลุยระนอง จวกแก๊งตัดไม้ป่าต้นน้ำ ชี้แสดงเอกสารเท็จ แนะแจ้งความ-ชง ปปง.อายัดทรัพย์

วันที่ 26 มี.ค.69 นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา พร้อมด้วยนายจิระศักดิ์ ชูความดี สว.ระนอง ในฐานะรองประธานคนที่ 1 นายธีรวิทย์ โชติ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ นายบุญเชิด ลีลาคุณากร เลขานุการประจำกมธ. นายจักรเพชร กุนทอง เลขานุการประจำกมธ. นำคณะลงพื้นที่บริเวณบ้านเหนือ ซอยอ่าวจาก หมู่ที่ 2 ต.กำพวน อ.สุขสำราญ จ.ระนอง เพื่อตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าและการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบในพื้นที่เขาสูงชัน
โดยมีนายราชัน มีน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง นายกษิดิ์เดช ทองชู นายอำเภอสุขสำราญ นายพรชัย สิทธิเกษร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระนอง รวมทั้งนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานฯ ในฐานะผู้ร้องเรียน นำเจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าให้มูล

จากการตรวจสอบพบท่อนไม้ประมาณ 123 ท่อน ส่วนใหญ่เป็นต้นมะม่วงป่า ต้นตะเคียนและต้นหลุมพอ ซึ่งเมื่อปลายปีที่แล้ว เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ได้ตรวจยึด-ทำบันทึกกักไม้ไว้เพื่อตรวจสอบ ว่าไม้ออกมาจากแปลเอกสารสิทธิ์นั้นและตรงตามตอไม้หรือไม่ นอกจากนี้ยังพบต้นไม้ขนาดใหญ่ถูกตัดเหลือแต่ตอ บริเวณพื้นที่ป่าต้นน้ำ ซึ่งอยู่นอกพื้นที่แปลงของผู้ครอบครองห่างออกไปถึง 200 เมตร

นายชีวะภาพ ระบุ ชัดเจนแล้วว่าต้นไม้ที่ถูกตัด ทำลาย ไม่ได้อยู่ในแปลงที่ผู้ครอบครองแสดงเอกสารสิทธิ์ จากจำนวนทั้งหมด 105 แปลง บนพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ นั่นหมายถึงว่า ท่อนไม้บางกอง , ถนนที่สร้างไว้ในป่า เข้าข่ายเป็นการ กระทำความผิดทั้งหมด เพราะต้นไม้ที่ถูกตัด ไม่ ได้ออกมาจากแปลงที่มีเอกสาร สิทธิ์ นส 3 ก.
จึงถือว่าเอกสารที่ผู้ครอบครองนำมาแสดงนั้น เป็นเท็จทั้งสิ้น

โดยทางคณะกรรมาธิการเห็นว่า กรมป่าไม้และกรมอุทยานฯ จะต้องเร่งทำงานอย่างหนัก โดยจะต้องขยายผลว่าผู้ที่นำเอกสารสิทธิ์มายื่นแสดงก็จะต้องตกเป็นผู้ต้องหาด้วย ซึ่งขณะนี้ตนได้มอบหมายให้นายชัยวัฒน์ เป็นผู้รวบรวมเอกสารหลักฐานทั้งหมดเพื่อยื่นร้องต่อศาลปกครองให้คุ้มครองพื้นที่ดังกล่าวเป็นการชั่วคราวเพื่อยุติการตัดไม้-ทำทาง รวมถึงการใช้พื้นที่ทั้งหมดต้องหยุดไว้ก่อน
“สิ่งที่อยากได้ คือการคุ้มครองชั่วคราวจากศาลปกครองและอยากให้หน่วยปฏิบัติการทุกท่านขยายผลให้เร็วที่สุด ผมเห็นไม้กองใหญ่ขนาดนี้ถือว่าน่าเกลียดมาก เพิ่งจะเคยเห็นว่าการทำไม้ทำลายป่ามากขนาดนี้” นายชีวะภาพกล่าว.

ทั้งนี้ทางคณะกรรมาธิการได้เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด และส่งเรื่องให้กับปปง.ยึดอายัดทรัพย์ด้วย ซึ่งทางคณะกรรมาธิการจะติดตาม ให้ถึงที่สุดเพื่อไม่ให้ผู้กระทำผิดย่ามใจ เกรงกลัวต่อกฎหมาย โดยเฉพาะแปลงที่ดินที่มีการออกเอกสารสิทธิ์ทับซ้อน ภายหลังพื้นที่ดังกล่าวได้รับการประกาศเป็นเขตอุทยานฯเมื่อปี 2526 แต่เอกสารสิทธิ์น.ส. 3ก.เพิ่งจะออกมาในปี 2532 ซึ่งขณะนี้ทางกรมอุทยานฯ ได้เพิ่มความเข้มข้นในการตั้งด่านคัดกรองรถขนาดใหญ่ที่จะเข้าออกในพื้นที่ รวมทั้งติดตั้งกล้อง CCTV เพื่อบันทึกทุกอย่างไว้เป็นหลักฐาน.























