“ชีวะภาพ” นำทัพสว.พบปชช.ภาคกลางตอนบน “อมร-อัครวินท์” สว.ชัยนาท ผนึกกำลังแก้น้ำแล้ง

Mummai Media

“ชีวะภาพ” นำทัพสว.พบประชาชนภาคกลางตอนบน “อมร-อัครวินท์” สว.ชัยนาท ผนึกกำลังแก้น้ำแล้ง “เนินขาม” จ่อดันโครงการเติมน้ำอ่างห้วยหนองโรงช่วยเกษตรกร

"ชีวะภาพ" นำทัพสว.พบปชช.ภาคกลางตอนบน "อมร-อัครวินท์" สว.ชัยนาท ผนึกกำลังแก้น้ำแล้ง

นายชีวะภาพ ชีวะธรรม สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนกลุ่มภาคกลาง (ตอนบน) พร้อมด้วย นายจำลอง อนันตสุข สว.สุพรรณบุรี, น.ส.อมร ศรีบุญนาค สว.ชัยนาท และ นายอัครวินท์ ขำขุด สว.ชัยนาท นำคณะสมาชิกวุฒิสภาลงพื้นที่บริเวณหอประชุมที่ว่าการอำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท เพื่อรับฟังปัญหาการบริหารจัดการน้ำทั้งในและนอกเขตชลประทาน โดยมี นายวิษณุ วิทยวราวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท นำหัวหน้าส่วนราชการเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2569

"ชีวะภาพ" นำทัพสว.พบปชช.ภาคกลางตอนบน "อมร-อัครวินท์" สว.ชัยนาท ผนึกกำลังแก้น้ำแล้ง

โดยนายชวลิต ฉลอม ผู้อำนวยการโครงการชลประทานชัยนาท รายงานว่า ในปี 2569 อำเภอเนินขามมีแนวโน้มประสบภัยแล้งรุนแรงจากสภาวะเอลนีโญ ส่งผลให้ฝนลดลงและเกิดฝนทิ้งช่วง เนื่องจากเป็นพื้นที่นอกเขตชลประทานทั้งอำเภอ ต้องพึ่งพาน้ำฝนและน้ำบาดาลเป็นหลัก ทำให้เกษตรกรทำนาได้เพียงปีละครั้ง แม้ปัจจุบันจะมีอ่างเก็บน้ำห้วยหนองโรง ความจุ 14 ล้านลูกบาศก์เมตร และประตูระบายน้ำ 8 สายช่วยทดน้ำ แต่ยังขาดงบประมาณพัฒนาแหล่งน้ำใหม่ในปี 2569-2570 จึงแนะนำให้ผู้นำท้องถิ่นเร่งเสนอโครงการขุดลอกแหล่งน้ำนอกเขตชลประทานต่อสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)

ด้าน นายชีวะภาพ ชีวะธรรม สว. ระบุว่าพื้นที่เนินขามเป็นที่สูง จำเป็นต้องขุดอ่างเก็บน้ำเพิ่ม โดยเสนอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอใช้พื้นที่พัฒนา และเตรียมศึกษาความเป็นไปได้ในการดึงน้ำจากคลองมะขามเฒ่ามาเติมอ่างเก็บน้ำเดิมที่มีอยู่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

"ชีวะภาพ" นำทัพสว.พบปชช.ภาคกลางตอนบน "อมร-อัครวินท์" สว.ชัยนาท ผนึกกำลังแก้น้ำแล้ง

ขณที่ น.ส.อมร ศรีบุญนาค สว.ชัยนาท ระบุ ตนในฐานะสว.กลุ่มชาวนาและพืชล้มลุก ที่ดูแลพื้นที่แห่งนี้ จึงเข้าใจปัญหาของพี่น้องเกษตรกรที่เริ่มมาจากปัญหาแหล่งน้ำ ซึ่งตนจะช่วยประสานรวบรวมข้อมูลในพื้นที่ ส่งต่อไปยังคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมวุฒิสภา เพื่อเชิญผู้บริหารระดับอธิบดี เข้า ให้ข้อมูลและหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ตนจะนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาน้ำนอกเขตชลประทานเพื่อเดินหน้าแก้ปัญหาและหาทางออกให้กับชาวชัยนาท

ส่วน นายอัครวินท์ ขำขุด สว.ชัยนาท กล่าวว่า สว.พบประชาชนจะเป็นกลไกขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำอุปโภค-บริโภคและเพื่อการเกษตร จึงฝากผู้นำท้องถิ่นเร่งดำเนินการประสานรวบรวมข้อมูลความต้องการ ส่วนตนเชื่อมั่นว่าผู้นำท้องถิ่นในอำเภอเนินขามเป็นคนเก่งและเป็นนักพัฒนา แต่อาจจะติดขัดบางประการ ซึ่งวุฒิสภายินดีเป็นกลไกในการขับเคลื่อนและออกแบบโครงการให้เหมาะสมกับในแต่ละพื้นที่.

ด้านนายแพทย์ปฐมพงษ์ ภักดี รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลเนินขาม ได้สะท้อนปัญหาการขาดแคลนบุคลากรและงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดของโรงพยาบาลว่า ปัจจุบันมีแพทย์ประจำเพียง 2 คน และพยาบาลวิชาชีพเพียง 11 คน ทำให้ไม่สามารถเปิดบริการได้ครบ 24 ชั่วโมง และยังไม่สามารถรองรับผู้ป่วยในได้ เนื่องจากขาดบุคลากรเฉพาะทางและงบประมาณสนับสนุน ขณะเดียวกันยังมีข้อจำกัดด้านอาคารสถานที่ โดยมีเพียง 2 อาคารเท่านั้น

ขณะที่ตัวแทนภาคประชาชน กล่าวถึงปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดชัยนาท ว่า สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการเผาในภาคเกษตร โดยเฉพาะไร่อ้อย มันสำปะหลัง และนาข้าว หลังการเก็บเกี่ยว ซึ่งแม้ภาครัฐจะมีมาตรการห้ามเผา แต่กลับเพิ่มภาระต้นทุนให้เกษตรกรที่ต้องจ้างเครื่องจักรในการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร

ทั้งนี้คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคกลาง (ตอนบน) จะนำมารวบรวมและจัดทำเป็นข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนของวุฒิสภาและพร้อมยืนยันว่าจะนำข้อมูลจากพื้นที่เสนอเข้าสู่กระบวนการของวุฒิสภา เพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป.