“สว.ชีวะภาพ” นำคณะ สว.ภาคกลาง (ตอนบน) ติดตามปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งแวดล้อมและท่องเที่ยว หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ-รายได้ให้ประชาชนสุพรรณบุรีอย่างยั่งยืน

คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคกลาง (ตอนบน) โดยมี นายชีวะภาพ ชีวะธรรม สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานกรรมการฯ พร้อมด้วยสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสุพรรณบุรี นายจำลอง อนันตสุข นายชูชาติ อินสว่าง และนายศรายุทธ ยิ้มยวน ลงพื้นที่ห้องประชุมขุนแผน ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี วันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 10.30 นาฬิกา เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ร้องเรียนมายังวุฒิสภา รวมทั้งประเด็นอื่น ๆ ประกอบด้วย การติดตั้งสัญญาณไฟจราจร บริเวณแยกทุ่งคอก ประเด็นการปรับปรุงไหล่ถนน และไฟฟ้าส่องสว่างริมทาง ทางหลวงที่ 3440 ตอนดอนพรหม–ตลาดเขต อำเภอสองพี่น้อง ประเด็นการปรับปรุงไหล่ถนน และไฟฟ้าส่องสว่างริมทาง ทางหลวงที่ 3356 กม.1 ตอนทุ่งคอก-พระแท่นดงรัง (หลังตลาดทุ่งคอก บริเวณหน้าขนส่งสุพรรณบุรี (สาขาทุ่งคอก อำเภอสองพี่น้อง) รับฟังแผนการท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรีทั้งระบบ ปัญหาพลุระเบิดและการประกอบกิจการพลุ ปัญหาฝุ่น PM 2.5 จากการเผาตอซังข้าวและไร่อ้อย ปัญหายาเสพติด และผลกระทบจากกรณีแม่น้ำท่าจีนตื้นเขิน โดยมี นายกลวัชร ทรัพย์ส่งสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และประชาชน ร่วมให้ข้อมูลและข้อเสนอแนะ

.
จากการรับฟังข้อคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ พบว่า ประเด็นปัญหาด้านคมนาคม อาทิ การติดตั้งสัญญาณไฟจราจร บริเวณแยกทุ่งคอก ประเด็นการปรับปรุงไหล่ถนน และไฟฟ้าส่องสว่างริมทาง ทางหลวงที่ 3440 ตอนดอนพรหม–ตลาดเขต อำเภอสองพี่น้อง ประเด็นการปรับปรุงไหล่ถนน และไฟฟ้าส่องสว่างริมทาง ทางหลวงที่ 3356 กม.1 ตอนทุ่งคอก-พระแท่นดงรัง (หลังตลาดทุ่งคอก บริเวณหน้าขนส่งสุพรรณบุรี (สาขาทุ่งคอก อำเภอสองพี่น้อง) กรมทางหลวงชนบท จังหวัดสุพรรณบุรี ได้มีการบรรจุไว้ในแผนการดำเนินงานเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างรอจัดสรรงบประมาณดำเนินการต่อไป

.
คณะกรรมการฯ ได้รับฟังข้อมูลข้อเสนอแนะจากส่วนราชการและประชาชนโดยตรง ทำให้ได้รับข้อมูลที่ตรงประเด็นและเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการผลักดันไปสู่การแก้ไขเชิงนโยบาย โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญคือการทำนาแบบไม่เผา หรือการทำนาแบบเปียกสลับแห้ง ซึ่งสามารถลดฝุ่น PM 2.5 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม

.
นอกจากนี้ ยังพบปัญหาต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะราคาปุ๋ยและพลังงานที่สูงขึ้น แม้เกษตรกรบางส่วนเริ่มปรับตัวใช้พลังงานทดแทน เช่น โซลาร์เซลล์สูบน้ำ แต่ยังติดข้อจำกัดด้านเงินลงทุน ซึ่งวุฒิสภาจะเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนแหล่งเงินทุนเพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้น สำหรับด้านการท่องเที่ยว คณะกรรมการฯ มีข้อเสนอแนะว่าจังหวัดสุพรรณบุรีมีศักยภาพสูงทั้งด้านประวัติศาสตร์และธรรมชาติ แต่ยังขาดการวางแผนเชิงระบบ จึงเสนอให้จัดทำแผนแม่บทด้านการท่องเที่ยวอย่างชัดเจน พร้อมบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างรายได้ให้ประชาชนในระยะยาว ขณะที่ ปัญหาฝุ่น PM2.5 แม้แนวโน้มลดลงกว่า 30% แต่ยังมีปัจจัยอื่น เช่น การขนส่งที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย วุฒิสภาจะนำข้อเสนอจากประชาชนไปพิจารณาปรับปรุงกฎหมายและมาตรการบังคับใช้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

.
นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ได้เสนอให้มีการจัดทำแผนขุดลอกลำน้ำท่าจีนทั้งระบบ ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำในจังหวัดชัยนาท ผ่านสุพรรณบุรี นครปฐม จนถึงปากอ่าว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ลดระยะเวลาน้ำท่วมขัง และช่วยให้เกษตรกรสามารถกลับมาประกอบอาชีพได้รวดเร็วขึ้น ในโอกาสลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน ถือเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการดำเนินงานของคณะกรรมการฯ ซึ่งทุกข้อคิดเห็นและข้อเสนะแนะ จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมด เพื่อนำไปขยายผลตามขั้นตอนของวุฒิสภา ในระดับนโยบาย และเสนอรัฐบาลเพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ภายใต้หน้าที่และอำนาจของวุฒิสภาต่อไป























