“ชีวะภาพ” เดือดรุกป่าระนองยืดเยื้อ 8 ปี จี้ถอน น.ส.3 ก.ทับอ่าวจาก-เขาปากเตรียม อึ้งทั่วประเทศมีอีก 9.5 หมื่นแปลงต้องตรวจสอบ “ชัยวัฒน์” ชี้เป้าตากโดนฮุบอีก 3.5 หมื่นไร่

วันที่ 19 พฤษภาคม 69 นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาการบุกรุกที่ดินของรัฐและการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ กรณีการบุกรุกพื้นที่ป่าและออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบในพื้นที่อ่าวจาก ต.กำพวน อ.สุขสำราญ จ.ระนอง โดยเชิญผู้แทนจากศูนย์ประสานงานการปฏิบัติที่ 4 กอ.รมน. กรมพัฒนาที่ดิน กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กรมที่ดิน ผู้บังคับการปราบปรามกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผอ.สำนักอุทยานฯ เข้าชี้แจง

นายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) กรมป่าไม้ กล่าวถึงคืบหน้าว่า ปัจจุบันเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดไม้ท่อนหวงห้ามบริเวณบนยอดเขาปากเตรียม จำนวน 479 ท่อน โดยอยู่ในระหว่างจัดทำบันทึกเพื่อนำส่งพนักงานสอบสวนเพิ่มเติมว่าพื้นที่กองไม้ท่อนหวงห้ามอยู่ในแปลงเอกสารสิทธิ์หมายเลขใดบุคคลหรือนิติบุคคลใดเป็นผู้ถือครอง อีกทั้งยังได้แจ้งความกล่าวโทษกับผู้ที่บุกรุกแผ้วถางทำไม้หรือทำให้เสื่อมเสียสภาพป่าไปแล้ว 4 แปลงรวมความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 128 ไร่ ซึ่งจากข้อมูลเชิงพื้นที่ปรากฏว่าบริเวณพื้นที่เขาปักเตรียมมีเอกสารสิทธิ์ในที่ดินเป็นหนังสือน.ส. 3 ก.จำนวน 105 ฉบับ เนื้อที่ประมาณ 2,000 ไร่ ส่วนใหญ่จะออกในช่วงปี 2532-2533 ซึ่งบางส่วนซ้อนทับกับอุทยานแห่งชาติแหลมสนที่ประกาศเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2526 และพื้นที่ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นภูเขาที่มีสภาพป่าไม้สมบูรณ์ ไม่ปรากฏร่องรอยของการเข้าทำประโยชน์ รวมทั้งบางส่วนคาดว่าน่าจะมีการทำเส้นทางและทำไม้ออกมานอกเขตเอกสารสิทธิ์ซึ่งถือเป็นป่าพรบ. ป่าไม้พ.ศ 2484

ด้านนายนพวงศ์ อาภรณ์ ผู้ตรวจราชการกรมอุทยานฯ กล่าวว่า จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมสน ปรากฏว่าพบอีก 13 แปลงที่เข้าข่ายออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วอธิบดีกรมป่าไม้และอธิบดีกรมที่ดิน เพิ่งลงนามเพื่อนำเข้าสู่คณะกรรมการสอบสวนเพื่อพิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ ตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
นายนพวงศ์ ยังกล่าวว่า ขณะนี้พบการออกเอกสารสิทธิ์ น.ส. 3 ก. ทับซ้อนในพื้นที่ของกรมอุทยานฯทั้งหมดทั่วประเทศกว่า 95,000 แปลง ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณให้ตรวจสอบได้ปีละ 200 แปลงเท่านั้น

นายชีวะภาพ กล่าวว่า เกือบ 8 ปีแล้วที่ตรวจพบการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบตั้งแต่ปี 2562 ขณะที่ปี 65 ทางจังหวัดมีมติให้เพิกถอน แต่วันนี้ปี 69 แล้วยังไม่เพิกถอนเลย ซึ่งกระบวนการที่ล่าช้า ทำให้เกิดความเสียหายในด้านป่าไม้เพิ่มมากขึ้น ตนจึงเรียกร้องให้เกิดความกล้าหาญ บางเรื่องต้องกล้าที่จะต้องดำเนินการ ไม่งั้นก็จะเป็น 8 ปีแห่งความหลัง ในส่วนของกรมที่ดิน เมื่อสร้างแผนที่ตรงนี้มา ทำให้รู้ตำแหน่งแปลงอยู่แล้ว ก็น่าจะสรุปส่งให้กรมพัฒนาที่ดินไปดำเนินการได้ทันที
ขณะเดียวกันทางคณะกรรมาธิการจะผลักดันงบประมาณในการตรวจสอบการออกเอกสาร สิทธิ์ที่ทำกินทับซ้อนพื้นที่อุทยานฯ เพื่อให้สามารถตรวจสอบเอกสารได้มากกว่าปีละ 200 แปลง เพราะหากยังได้งบเท่าเดิมจะต้องใช้เวลาถึง 475 ปี จึงจะตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่ทับซ้อนทั้งหมดกว่า 95,000 แปลงได้ พร้อมกันนี้ยังฝากกรมป่าไม้ตรวจสอบคู่ขนาน เพราะเชื่อว่าน่าจะมีเป็นแสนแปลง ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ทุกหน่วยทุกกรมต้องช่วยกันตรวจสอบ

ทั้งนี้ทางคณะกรรมาธิการยังได้รับเรื่องร้อง เรียนของนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผอ.สำนักอุทยานฯ เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีการออกโฉนดที่ดินทับซ้อนป่าชุมชนและป่าสงวนแห่งชาติ ในพื้นที่บ้านหนองกระทุ่ม หมู่ที่ 6 ตำบลโป่งแดง อำเภอเมืองตาก จังหวัดตาก ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่สลิดและป่าโป่งแดง จำนวน 1,631 แปลงรวมกว่า 35,000 ไร่ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีการรุกป่าตัดไม้ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยผู้แทนจากกรมที่ดินได้รับเรื่องจะดำเนินการไปตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน























