อนุกมธ.ปปง. จ่อขยายผลสอบ “บริษัทรับชำระเงิน” เอี่ยวเส้นทางเงินโบรกเกอร์ Forex สะพัดพันล้าน

Mummai Media

อนุกมธ.ปปง. จ่อขยายผลสอบ “บริษัทรับชำระเงิน” เอี่ยวเส้นทางเงินโบรกเกอร์ Forex เถื่อน สะพัดพันล้าน

วันที่ 19 มิ.ย.69 นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร (กมธ. ปปง. ) เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมาธิการป้องกันการฟอกเงิน เร่งเดินหน้าขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานตรวจสอบระดับประเทศ เพื่อเข้าตรวจสอบกลุ่มบริษัทที่ทำหน้าที่เป็นระบบรับชำระเงิน (Payment Gateway) หลังพบเบาะแสสำคัญว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเป็นช่องทางโอนเงินให้กับแพลตฟอร์มซื้อขาย Forex ต่างประเทศที่ไม่ได้รับอนุญาตในประเทศไทย

จากการตรวจสอบเอกสารและหลักฐานการทำธุรกรรมเบื้องต้น พบพฤติการณ์ของกลุ่มบริษัทในไทยที่ได้รับใบอนุญาตเกี่ยวกับการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ แต่กลับมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับกลุ่มโบรกเกอร์ Forex ชื่อดังอย่างผิดสังเกต ดังนี้

  • บริษัท พ. (นามสมมุติ): พบพฤติการณ์รับชำระเงินผ่านระบบ QR Code หน้าเว็บไซต์ โอนเข้าบัญชีบริษัทโดยตรงเพื่อเติมเงินเข้าสู่ระบบของ โบรกเกอร์ A
  • บริษัท ม. (นามสมมุติ): พบหลักฐานสลิปการโอนเงินและเส้นทางธุรกรรมเชื่อมโยงกับการเติมเงินเข้าสู่แพลตฟอร์มของ โบรกเกอร์ O และ โบรกเกอร์ F
  • บริษัท อ. (นามสมมุติ): พบเบาะแสการทำหน้าที่เป็นตัวกลางชำระเงิน (SmartPay) ให้กับกลุ่มแพลตฟอร์มรายใหญ่ ทั้ง โบรกเกอร์ V, โบรกเกอร์ F, โบรกเกอร์ E และ โบรกเกอร์ A

ทางคณะอนุกรรมาธิการฯ เตรียมทำหนังสือจี้ถามและขอความร่วมมือในการกวาดล้างขบวนการนี้ ประกอบด้วย

  1. สำนักงาน ก.ล.ต. ตรวจสอบว่ามีบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือกลุ่มทุนใดแอบเบื้องหลังเข้าไปรับเงินจากธุรกิจ Forex ผิดกฎหมายเหล่านี้หรือไม่
  2. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตรวจสอบกลุ่มบริษัทที่ได้ใบอนุญาตบริการชำระเงินแทน (Payment Service Provider) แต่กลับนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ รับเงินผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบการเงินของประเทศ ซึ่งสร้างความเสียหายรวมกว่าพันล้านบาทต่อปี
  3. สำนักงาน ปปง. ขอความร่วมมือให้แกะรอยเส้นทางการเงิน ยึดอายัดทรัพย์สิน และขยายผลดำเนินคดีฐานฟอกเงินกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแบบถอนรากถอนโคน

ปัจจุบันในประเทศไทยยังไม่มีการออกใบอนุญาตให้โบรกเกอร์ Forex รายใด ให้ดำเนินธุรกิจชวนประชาชนซื้อขายเงินตราต่างประเทศอย่างถูกกฎหมาย การใช้ช่องทางกลุ่มบริษัทรับชำระเงินเหล่านี้ จึงเป็นเป้าหมายสำคัญที่เจ้าหน้าที่ต้องสกัดกั้นเพื่อลดจำนวนเหยื่อที่ต้องสูญเสียทรัพย์สินจนหมดตัว.