“ชวน หลีกภัย”เดินหน้าประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยืนยันญัตติถูกต้องถามข้อบังคับ แม้ส.ส.รัฐบาลพยายามให้ตัดถอยคำที่พาดพิงสถาบันในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ อ้างขัดรัฐธรรมนูญ

การประชุมสภา ผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 23 เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่า การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 10 รัฐมนตรีเป็นไปตามข้อบังคับการประชุม

ก่อนการประชุมนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้า และส.ส.พรรคพลังประชารัฐใช้เวลากว่าชั่วโมง พยายามลุกขึ้นหารืออภิปรายชี้ให้เห็นถึงความไม่ถูกต้องของญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญเพราะมีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน สุดท้ายประธานที่ประชุมจึงดำเนินการตามวาระ

สำหรับรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายประกอบด้วย

1. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในประเด็นการบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง ไร้ประสิทธิภาพ ไร้จิตสำนึกและความรับผิดชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายของประเทศ ทั้งระบบเศรษฐกิจ สังคม และกระบวนการยุติธรรมอย่างร้ายแรง

2. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในประเด็นปฏิบัติตัวเป็นผู้มีอิทธิพลใช้งบประมาณรัฐสร้างความร่ำรวยมั่งคั่งให้กับตนเอง ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญ เอื้อผลประโยชน์ให้พวกพ้อง

3. อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในประเด็น การบริหารราชแผ่นดินที่ล้มเหลว การไม่ควบคุมโรคระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ที่ส่งผลให้มีการแพร่ระบาดรอบสองอย่างกว้างขวางและรวดเร็ว สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ อำพรางการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรค เพื่อเปิดช่องให้มีการทุจริตแสวงหาผลประโยชน์บนความเดือดร้อนของพี่องประชาชน

4.จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในประเด็น การบริหารราชการแผ่นดินที่บกพร่องล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต จงใจปิดบังข้อมูล ปกป้องการทุริตเเสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ

5.พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในประเด็นการบริหารราชการแผ่นดินโดยมิได้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน แสวงหาผลประโยชน์เอื้อพวกพ้อง ใช้อำนาจโดยความไม่ซื่อสัตย์สุจริต

6. ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในประเด็นไม่เคารพหลักการสิทธิมนุษยชน ใช้อำนาจแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการประจำในลักษณะกดขี่ข่มเหงข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้บุคคลหลายรายคือพวกพ้องตนเองเข้าสู่ตำแหน่ง

7. สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในประเด็นบริหารราชการบกพร่องผิดพลาดร้ายแรง ปล่อยปละละเลยให้มีการแสวงหาผลประโยชน์จากผู้ใช้แรงาน ไม่กำกับควบคุมผู้ใช้แรงงานต่างด้าวให้เป็นระบบจนเกิดแรงงานผิดกฎหมายจำนวนมากสร้างผลกระทบต่อการแพร่ระบาดของโควิดรอบสอง

8.ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในประเด็นบริหารราชการแผ่นดินโดยเอื้อผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนผูกขาด เพื่อให้มีสิทธิในการดำเนินกิจการของรัฐ โดยไม่รักษาผลประโยชน์ของรัฐ

9. นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในประเด็น ไม่มีความชื่อสัตย์ ขาดคุณธรรม จริยธรรม ใช้อำนาจหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง ไม่คำนึงถึงประทศชาติและประชาชน

10.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในประเด็น บริหารราชการแผ่นดินอย่างบกพร่อง แสวงหาผลประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบตัวยกฎหมาย ใช้งบประมาณของรัฐเอื้อพวกพ้องโดยไม่รักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด ปกปิดข้อมูลความจริงในการยื่นบัญชีทรัพย์สิน และขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี เข้าสู่ตำแหน่งโดยมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *