“จิรายุ ห่วงทรัพย์” กล่าวหารมว.คมนาคม ประมูล’สายสีส้ม’เอื้อประโยชน์พวกพ้อง และแทรกแซงการทำงานข้าราชการ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” ยืนยันดำเนินการตามมติ ครม. เดินหน้าตามระเบียบกฎหมาย ย้อนถามเอื้อประโยชน์ใคร ยังไม่ได้เปิดซอง อย่าใช้แต่จินตนาการ

ที่รัฐสภา วันที่ 18 กุมภาพันธ์ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส. เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยระบุว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่า กรณีการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม มูลค่า 1.2 แสนล้านบาท เป็นการเห็นประโยชน์แก่ตัวเองและพวกพ้อง และเป็นการแหกตาพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้วย

ก่อนหน้านี้ไล่ตั้งแต่สมัยที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี มาจนถึงการอนุมัติโครงการในยุคพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ล้วนแล้วแต่เห็นชอบการใช้หลักเกณฑ์เดิมคือ เอาการเสนอผลตอบแทนแก่รัฐในซองที่ 3 เป็นสำคัญ แต่แล้ว พบว่ามีการจะผลักดันการใช้เกณฑ์ประมูลใหม่  แม้ในการประชุมดังกล่าวมีกุญแจหลัก 3 คน คือ1. นายภคพงศ์ ผู้ว่าฯรฟม. 2. นางสาวกนกรัตน์ ขุนทอง ผู้แทนสำนักงบประมาณ และ 3. นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ ที่ปรึกษา BMTO โดยในการประชุมนางสาวกนกรัตน์ได้ทักท้วงถึงการเปลี่ยนหลักเกณฑ์ดังกล่าวว่า ไม่ควรทำ หากจะเน้นเนื้องานด้านเทคนิค ก็ให้เพิ่มคะแนนพิจารณาด้านเทคนิคจะดีกว่า หรือไม่ก็ควรกำหนดหลักเกณฑ์นี้ตั้งแต่ต้นไปเลย และโครงการที่มีเทคโนโลยีซับซ้อนกว่า อย่างโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินยังใช้หลักเกณฑ์การเสนอผลตอบแทนให้รัฐอย่างเดียว

และเมื่อมีการเปลี่ยนเกณฑ์ใหม่ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ ( BTSC) ก็ยื่นฟ้องศาลปกครองจนมีคำสั่งทุเลาไม่ให้ใช้เกณฑ์ดังกล่าว เมื่อยื้อกันนานเข้า รฟม.รอไม่ได้สั้งล้มประมูลเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2563 ในที่สุด โดยไม่ฟังคำพิพากษาของศาลก่อน

โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม มีการดำเนินการตาม พ.ร.บ. ร่วมทุน  เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าสงสัย เพราะโครงการสีส้มเป็นโครงการใหญ่ แล้วทำกันอย่างนี้หรือ นักลงทุนที่ไหนจะกล้ามาลงทุน เพราะเปิดประมูลไม่ตรงไปตรงมา พร้อมขอเตือนว่าก่อนหน้านี้ศาลก็ได้ตัดสินจำคุก 6 ปี อดีตผู้ว่าฯ รฟท. ในคดีแอร์พอร์ตลิงก์เอาไว้เป็นอุทาหรณ์

นายจิรายุ สรุปการอภิปรายว่า กรณีที่เกิดขึ้นตนไม่ติดใจว่าบริษัทที่ได้รับประมูลจะเป็นบริษัทใดแต่ต้องมีการเปิดประมูลที่เป็นธรรม สิ่งที่เกิดขึ้นตนพยายามชี้ให้เห็นว่า นายกรัฐมนตรีเพิกเฉยไม่ยืดถือและปฏิบัติตามหลักการบริการกิจการที่ดี นายกฯและรัฐมนตรีบริหารราชการแผนดินโดยเห็นแก้ประโยชน์ตนเองและพวกพ้อง ไม่คำนึงถึงผลเสียหายที่เกิดกับประเทศชาติและประชาชน ด้วยเหตุนี้จึงไม่สามารถไว้วางใจนายกฯและรมว.คมนาคมได้

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลุกขึ้นอภิปรายชี้แจงว่า การดำเนินการคัดเลือกเอกชนครั้งใหม่ภายหลังการยกเลิกประกาศเชิญชวนฯ และการคัดเลือกเอกชน เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จะสามารถออกประกาศเชิญชวน และขายเอกสาร RFP ภายใน มีนาคม 2564 ก่อนที่จะเปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอในช่วง มีนาคม – พฤษภาคม 2564 หลังจากนั้นคณะกรรมการคัดเลือกฯ ประเมินข้อเสนอ-เจรจาต่อรองช่วง พฤษภาคม – กรกฎาคม 2564 ก่อนส่งต่อให้อัยการสูงสุดตรวจร่างสัญญา คาดว่าจะเสนอให้ ครม. พิจารณาเห็นชอบผลการคัดเลือกและลงนามสัญญาภายใน กรกฎาคม 2564 ซึ่งเมื่อยกเลิกการประมูลแล้วคัดเลือกใหม่จะใช้เวลา 6 เดือน ช่วยลดระยะเวลาได้ 1 ปี หรือหากรอให้ข้อพิพาทถึงที่สุดจะใช้ระยะเวลา 18 เดือน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยืนยันว่า ที่กล่าวหาตนว่าการดำเนินการเอื้อประโยชน์ ขอถามกลับว่า เอื้อประโยชน์ใคร ใครได้ประโยชน์ เพราะโครงการนี้ยังไม่มีการประกาศผลว่าใครชนะ ยังไม่มีการเปิดซอง ยืนยันว่า กระทรวงคมนาคมดำเนินการตามกฎหมายที่ให้อำนาจหน้าที่ และท่านนายกรัฐมนตรีสั่งการมาตลอด ตนต้องถามว่าผิดกฎหมายตรงไหน แล้วเกี่ยวกับรัฐมนตรีคมนาคมตรงไหนที่ไม่กำกับดูแล ผู้อภิปรายท่านเอาข่าวมาปะติดปะต่อและใช้จินตนาการ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *